Abstract:
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาการดำเนินงานของสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดอุบลราชธานี 2) เพื่อศึกษาผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานของสภาเด็กและเยาวชน จังหวัดอุบลราชธานี และ 3) เพื่อศึกษา ปัญหา อุปสรรค และแนวทางในการปรับปรุงแก้ไข เพื่อพัฒนาการดำเนินงานของสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดอุบลราชธานีให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ.2550 จากกลุ่มศึกษา 2 กลุ่มคือ 1)คณะกรรมการสภาเด็กและเยาวชน จังหวัด จำนวน 10 คน ประกอบด้วย คณะกรรมการ สภาเด็กและเยาวชนระดับจังหวัด 5 คน สภาเด็กและเยาวชนระดับอำเภอ 5 คน การคัดเลือกประชากรใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจงจากคณะกรรมการสภาเด็กและเยาวชนที่มีการแต่งตั้งหลังประกาศใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชน แห่งชาติ พ.ศ.2550 2) บุคคลที่เกี่ยวข้องกับสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดอุบลราชธานีจำนวน 25 คนได้แก่ 1) คณะทำงานสภาเด็กและเยาวชนที่มาช่วยงานด้วยจิตอาสา 2) ผู้ปกครองเด็กและเยาวชนที่เป็นคณะกรรมการ และคณะทำงานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดอุบลราชธานี 3) ครู - อาจารย์ จากสถาบันการศึกษาที่มีเด็กและเยาวชนเป็นคณะกรรมการ และคณะทำงานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดอุบลราชธานี 4) ภาคีเครือข่ายที่เคยร่วมงานกับสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดอุบลราชธานี 5) ที่ปรึกษาสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดอุบลราชธานี เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย (1)แบบสัมภาษณ์ (2)แบบบันทึกการสนทนากลุ่มย่อย (Focus group) (3)แบบบันทึกการสังเกต (4)แบบสอบถาม(เก็บข้อมูลเพิ่มเติม) การวิเคราะห์ข้อมูลส่วนที่เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพวิเคราะห์ข้อมูลโดยพรรณนาวิเคราะห์ และส่วนที่เป็นข้อมูลเชิงปริมาณวิเคราะห์โปรแกรมสำเร็จรูป สำหรับการวิจัยทางสังคมศาสตร์ SPSS (Statistical Package of the Social Science) ในการวิเคราะห์ด้วยค่าร้อยละ (%) ผลการวิจัยพบว่า
1. สภาเด็กและเยาวชน จังหวัดอุบลราชธานี เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2549 พระราชบัญญัติการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ.2550 มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงกลุ่มเยาวชนที่มีการดำเนินงานในด้านต่าง ๆ เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อปฏิบัติภารกิจร่วมกันในการแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนในระดับท้องถิ่น และร่วมกันจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม โดยที่แต่ละกลุ่มยังคงปฏิบัติภารกิจหลักของตนต่อไปอย่างไม่สูญเสียเอกลักษณ์และปรัชญาของกลุ่ม ในขณะเดียวกันรูปแบบการจัดองค์กรมีโครงสร้างของความสัมพันธ์กันอย่างชัดเจน การดำเนินงานที่ผ่านมาได้ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาตนเอง สร้างสัมพันธ์ในกลุ่มองค์กร มีผู้ใหญ่ใจดีหนุนเสริมอย่างต่อเนื่อง แม้ในระยะแรกมีปัญหาเรื่องโครงสร้าง บทบาทหน้าทีไม่ชัดเจน ขาดพี่เลี้ยงให้คำปรึกษา แต่เมื่อเปลี่ยนแปลงคำสั่งครั้งที่ 2 ในปี 2550 ก็นำไปสู่การพัฒนารูปแบบการทำงานที่ เป็นโอกาสในการรวมตัวกันของคณะทำงานที่มีความหลากหลายมาทำกิจกรรมโดยมีปัจจัยหนุนเสริม เช่น มีงบประมาณสนับสนุนจากหลายแหล่ง มีศูนย์ประสานงาน มีวัสดุ ครุภัณฑ์ เอกสาร สื่อต่าง ๆ มีพื้นที่รูปธรรมในการพัฒนาคณะกรรมการ เช่นกิจกรรมถนนเด็กเดิน ส่วนสภาเด็กและเยาวชนระดับอำเภอนั้นยังไม่เข้มแข็งพอที่จะดำเนินการขับเคลื่อนขององค์กรเองได้ สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดจึงมีกิจกรรมใน การสื่อสารและสร้างการเรียนรู้โดยใช้การสื่อสารสาธารณะ และประสานความร่วมมือผ่านหน่วยงาน/พี่เลี้ยงผู้ใหญ่ใจดี ที่เกี่ยวข้อง ให้การสนับสนุนเด็กและเยาวชนเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และดำเนินกิจกรรมร่วมกับสภาเด็กและเยาวชนระดับจังหวัดเป็นระยะ ๆ
2. ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานของสภาเด็กและเยาวชน จังหวัดอุบลราชธานี พบว่า มีการวางรากฐานองค์กรที่มีความเฉพาะตัวคือการจดทะเบียนเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ ทำให้เกิดการยืดหยุ่นในการทำงาน มีความอิสระ คล่องตัว และสามารถระดมทุนจากแหล่งต่าง ๆ ได้ สอดคล้องกับจุดเด่นของการทำงานในพื้นที่ คือ 1) มีการสร้างแนวคิดคุณค่าร่วมระหว่าง ภาคประชาสังคม นักปราชญ์ นักวิชาการ สื่อมวลชน NGOS 2) ภาคราชการมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานมีวาระ การคุ้มครองเด็ก ทำให้เกิดการบูรณาการกับระบบราชการต่าง ๆ ในหน่วยงานต่าง ๆ ได้ 3) สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดอุบลราชธานี ทำงานเป็นทีมยุทธศาสตร์ เปิดพื้นที่ถนนเด็กเดิน 4) หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4 องค์กรเป็นเครือข่ายหลักสร้างการมีส่วนร่วมระดับท้องถิ่น 4) มีการผลักดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประชุมแลกเปลี่ยนสภาพปัญหาและสถานการณ์เด็กและเยาวชน รวมทั้งจัดสรรงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานของสภาเด็กและเยาวชนในพื้นที่
3. ปัญหา อุปสรรคการดำเนินงาน พบว่า มีปัญหาหลักที่สำคัญ คือ 1) คณะทำงานส่วนใหญ่กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาทั้งระดับมัธยม อุดมศึกษา และการศึกษานอกโรงเรียนทำให้มีเวลามาร่วมดำเนินกิจกรรมไม่เต็มที่ 2) ยังขาดการเตรียมความพร้อมในระบบการเลือกตั้งคณะกรรมการสภาเด็กและเยาวชน และขาดการสื่อสารให้เกิดการรับรู้ เข้าใจในบทบาทหน้าที่ของสภาเด็กและเยาวชน 3) คณะกรรมการส่วนใหญ่ยังขาดทักษะที่จำเป็นในการดำเนินกิจกรรม เช่น การเป็นวิทยากรที่ดี การเขียนแผนงานโครงการ การจัดกระบวนการกลุ่มสัมพันธ์ 4) สถานที่ในการปฏิบัติงานยังไม่เป็นเอกภาพ องค์กรพี่เลี้ยงมีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ในการทำงานมีความคับแคบทำให้สภาเด็กและเยาวชนเข้าไปทำงานไม่ได้ตามศักยภาพที่มีอยู่ และสภาเด็กและเยาวชนในระดับอำเภอก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน 5) พระราชบัญญัติการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ.2550 ยังไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงในพื้นที่และไม่สามารถปฏิบัติตามได้ทั้งหมด โดยเฉพาะข้อบัญญัติยังขาดสภาเด็กและเยาวชนระดับตำบล และการแต่งตั้งที่ปรึกษาให้ชัดเจน
The objectives of the research were to study (1) the operation of Ubon Child and Youth Council, (2) the outcome of its operation, and (3) the problems and guidelines to improve and develop the operation of Ubon Child and Youth Council. The sample groups in the study were (1) 10 provincial child and youth council committee. (2) 25 people who were concerned with the council consisting of 1) voluntary council working team members 2) the parents of the committees 3) teachers and parents 4) the network members who used to work with the provincial council 5) advisors of the provincial council. The research instruments were interview format, focus group, observation, and questionnaire. Data were analyzed by SPSS. The research findings were as follows :
1. The Provincial Child and Youth Council came into being in 2006. A year later, the body was given budget from various sources. As a result, it had a center, materials and amenities, documents and the like in order to develop the committee. However, at a district level, the organization was not as strong as the provincial one. The provincial council held activities and coordinated with other agencies for it to fully operate.
2. the outcome from the Council operation could be described as follows: the organization was registered as non-profit body. That made it flexible, independent and it could poop resources from various sources. The aims desired included 1) common value, 2) integrated child protection agenda, 3) the provincial council worked as a strategic team, 4) the organization was a main network in building a local participation, 5) the local bodies met to know the problems.
3. the problems and obstacles found in the study were the majority of the committee lacked skills necessary to carry out the activities. There was no fixed venue for the council operation. The organization was constrained by space limitations. The Child and Youth Promotion and Development Act B. E. 2550 was irrelevant and impractical in all aspects.