Abstract:
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปแบบเส้นตรง เรื่อง ประวัติศาสตร์ไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที 4 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ 80/80 และเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้บทเรียนสำเร็จรูปแบบเส้นตรง
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 โรงเรียนเบญจลักษ์พิทยา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 28 ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 จำนวน 40 คน ได้มาโดยวิธีสุ่มอย่างง่าย
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) บทเรียนสำเร็จรูปแบบเส้นตรง จำนวน 6 เล่ม 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น แบบทดสอบมีค่าความยากง่าย (p) ตั้งแต่ .57 - .80 และมีค่าอำนาจจำแนก (r) ตั้งแต่ .27 - .51 และค่าความเชื่อมั่นแบบทดสอบทั้งฉบับเท่ากับ .87 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่า t
ผลการวิจัยพบว่า
1. บทเรียนสำเร็จรูปแบบเส้นตรงที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น ประกอยด้วย คำชี้แจงในการใช้บทเรียนสำเร็จรูป วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม สาระการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ที่มีประสิทธิภาพ 86.73/84.63 ตามเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้ 80/80
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หลังเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูปแบบเส้นตรงสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
The purposes of this research were to develop linear programmed instruction the topic of Thai History in Social Studies Religion and Culture Strand for the Mathayom Suksa 4 based in the standardized criteria of 80/80, and to compare the students learning
achievement before and after using the programmed instruction.
The sample consisted of 40 Mathayom Suksa 4/2 students of Benjalakpitaya school under Secondary Educational Service Area Office 28 in the academic year 2011, selected through simple random sampling. The research instruments consisted of six sets of linear programmed instruction and the learning achievement test constructed by the researcher. The difficulty indices of the test ranged from .57 to .80, the discrimination indices ranged from .27 to .51, and the reliability value was .87. The data were analyzed by using percentage, mean, standard deviation and t-test.