Abstract:
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาทักษะการอ่านแจกลูกสะกดคำอักษรนำ โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านโนนใหญ่(โอภาสพิทยาคาร) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 2) เปรียบเทียบทักษะการอ่านแจกลูกสะกดคำอักษรนำ โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือกับเกณฑ์ร้อยละ75 และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือ กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านโนนใหญ่(โอภาสพิทยาคาร) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 จำนวน 19 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบฝึกทักษะการอ่านแจกลูกสะกดคำอักษรนำ จำนวน 8 ชุด แผนการจัด การเรียนรู้ 16 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ มีค่าความยากง่ายตั้งแต่ 0.55-0.82 ค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.27-0.86 และมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.91 แบบทดสอบย่อยท้ายวงจร แบบบันทึกประจำวันของครู แบบสัมภาษณ์การเรียนรู้แบบร่วมมือ แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรียนและแบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบค่า Z
ผลการวิจัยพบว่า
1. ทักษะการอ่านแจกลูกสะกดคำอักษรนำ โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือมี 6 ขั้นตอน ดังนี้
1.1 ขั้นจัดกิจกรรมเข้ากลุ่ม แบบคละความสามารถกลุ่มเก่ง กลุ่มปานกลาง และกลุ่มอ่อน
1.2 ขั้นศึกษากลุ่มย่อย การเรียนรู้แบบร่วมมือมีหลายรูปแบบ เช่น จับคู่อ่าน จับคู่สรุปเนื้อหา หรือเรียนด้วยกันเป็นกลุ่มย่อย โดยกลุ่มเก่งสอนกลุ่มปานกลางและกลุ่มอ่อน กลุ่มปานกลางสอนกลุ่มอ่อน โดยมีกลุ่มเก่งคอยแนะนำความถูกต้อง
1.3 ขั้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกลุ่ม เป็นการแข่งขันเกม ตามระดับความสามารถ
1.4 ขั้นสรุปบทเรียนและประเมินผลงานกลุ่ม ครูนักเรียนร่วมกันสรุปบทเรียนและประเมินผลการทำงานกลุ่ม
1.5 ขั้นทดสอบย่อย ทดสอบเป็นรายบุคคล นักเรียนทำแบบทดสอบด้วยตนเองและนำคะแนนแต่ละคนมารวมเป็นคะแนนกลุ่ม
1.6 ขั้นยกย่องหรือประกาศให้รางวัลกลุ่ม กลุ่มที่ได้คะแนนร้อยละ 80 ขึ้นไป เป็นกลุ่มยอดเยี่ยม กลุ่มที่ได้คะแนนร้อยละ75-79 เป็นกลุ่มเก่งมาก และกลุ่มที่ได้คะแนนร้อยละ 70-74 เป็นกลุ่มเก่ง ตามลำดับพร้อมกับรางวัลตามที่ตกลงร่วมกัน นักเรียนมีความพึงพอใจกับรางวัล รางวัลเป็นการเสริมแรงให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน ส่งผลต่อการเรียนรู้ร่วมกันทุกขั้นตอนเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
2. เปรียบเทียบทักษะการอ่านแจกลูกสะกดคำอักษรนำ โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือกับเกณฑ์ร้อยละ 75 ผลปรากฏว่านักเรียนสามารถทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยร้อยละ 85.57 ของคะแนนเต็มและมีนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 100 ของนักเรียนทั้งหมด
3. ความพึงพอใจการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย การอ่านแจกลูกสะกดคำอักษรนำ โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านโนนใหญ่(โอภาสพิทยาคาร) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 อยู่ในระดับมาก
The objectives of the research were to 1) develop a skill in reading through
a cooperative process for grade two (Prathomsuksa two) students of Ban Nonyai School under Ubon Ratchathani Primary Educational Service Area Office 1; 2) compare a reading skill through a cooperative process with 75%; and 3) study the satisfaction of grade two students to the instructional process through a cooperative process. The target groups used in study were 19 Prathomsuka two students enrolled in the second semester of 2011 under the jurisdiction of Ubon Ratchathani Primary Educational Service Area Office 1. The samples were derived by specific sampling. Research instruments were 8 sets of reading skill practice , 16 lesson plans, a 30-item learning achievement test, whose difficulty value ranged from 0.55-0.82, discrimination value ranged from 0.27 -0.86 and reliability value was equivalent to 0.91; quizzes, interview format, instructional observation format and a questionnaire on satisfaction. Statistics used in data analysis were percentage, mean, standard deviation and Z-test.
The research findings were as follows:
1. Development of the skill in reading the word spelling through the cooperative learning process had six stages:
1.1 group activity for academically good, moderate and weak
1.2 sub-group with various learning, for example, pair reading, content summary, group learning
1.3 inter-group learning exchange
1.4 lesson summary and work evaluation
1.5 quizzes individual test in which individual students did the test, and their scores were combined
1.6 rewards for the group The group that had 80% of scores was excellent; the group that had 75-79% of scores was very good and the group that had 70-74 was good. It was found that students were satisfied with the rewards that were incentives for cooperative learning.
2. In comparing the skill in reading the word spelling by using the 75% criterion, it was found that the scores of the students in learning achievement test were 85. 57%; 100% of students passed the criterion.
3. The satisfaction of Prathomsuksa two students in study in the instruction by using the cooperative process was at a very high.