แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

ทัศนคติและแรงจูงใจในการเรียนภาษาอังกฤษของนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรสาธารณสุขศาสตร์ (สาธารณสุขชุมชน, เทคนิคเภสัชกรรม,ทันตสาธารณสุข)
Attitudents toward and Motivation in Learning English of Students in Public Health Certificate Programs (Community Health,Pharmacy Technique,Dental Public Health

Address: วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรัง
keyword: การเรียน
ThaSH: การเรียนภาษาอังกฤษ
Abstract: งานวิจัยนี้มัวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทัศนคติต่อวิชาภาษาอังกฤษของนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรสาธารณสุขศาสตร์ (สาธารณสุขชุมชน, เทคนิคเภสัชกรรม,ทันตสาธารณสุข) และเปรียบเทียบแรงจูงใจโดยจำแนกตามหลักสูตร เพศ และอายุ กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรสาธารณสุขศาสตร์ (สาธารณสุขชุมชน, เทคนิคเภสัชกรรม,ทันตสาธารณสุข) ชั้นปีที่ 1 ปีการศึกษา 2547 ของวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรัง ที่ส่งแบบสอบถามกลับคืนมา จากหลักสูตรสาธารณสุขชุมชน จำนวน 51 ชุด จากจำนวนนักศึกษา 70 คนคิดเปนร้อยละ 72.86 หลักสูตรเทคนิคเภสัชกรรม จำนวน 29 ชุด จากจำนวนนกศึกษา 33 คน คิดป็นร้อยละ 87.88 หลักสูตรทันตสาธารณสุข จำนวน 20 ชุด จากจำนวนนักศึกษา 31 คิดเป็นร้อยละ 64.52 ตามลำดับ ส่วนใหญ่นักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรสาธารณสุขศาสตร ทั้ง 3 หลักสูตร เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 80.6 มีอายุน้อยกว่าหรือเท่ากบ 20 ปี คิดเป็นร้อละ 88.9 และแบบสอบถามได้ผ่านการตรวจสอบความเชื่อมั่น โดยใช้สถิติสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค เท่ากับ 0.86 นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์หาร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแปรปรวน การทดสอบของเชฟเฟ่ และการเปรียบเทียบข้อมูลแรฃจูงใจของกลุ่มตวอย่าง 2 กลุ่ม โดยใช้ t-test ผลการวิจัยพบว่า ทัศนคติต่อวิชาภาษาอังกฤษด้านหลักสูตรของนักศึกษาทั้ง 3 หลักสูตรส่วนใหญ่เห็นด้วยกับหัวข้อการเรียนเหมาะสมกับเหตุการณ์ในปัจจุบัน และการเรียนภาคปฏิบัติควรมีห้องสำหรับการฝึกฟังเฉพาะวิชานี้ ร้อยละ 92.0 เมื่อนำมาหาค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.38 อยู่ในระดับเห็นด้วยอย่างยิ่ง ทัศนคติต่อวิชาภาษาอังกฤษด้านลักษณะวิชาของนักศึกษาทั้ง 3 หลักสูตร ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับวิชาภาษาอังกฤษจำเป็นในงานสาธารณสุข ร้อยละ 94.0 เมื่อนำมาหาค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.26 อยู่ในระดับเห็นด้วยอย่างยิ่ง ทัศนคติต่อวิชาภาษาอังกฤษด้านอาจารย์ผู้สอนของนักศึกษาทั้ง 3 หลักสูตรส่วนใหญ่เห็นด้วยกับความรู้ ความสามารถ และความตั้งใจของอาจารย์ผู้สอน ร้อยละ 98.0 เมือ่นำมาหาค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.51 อยู่ในระดับเห็นด้วยอย่างยิ่ง ทัศนคติต่อวิชาภาษาอังกฤษด้านโสตทัศนูปกรณ์และสภาพแวดล้อมของนักศึกษาทั้ง 3 หลักสูตร ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับความเหมาะสมของเอกสารประกอบการเรียนการสอน ร้อยละ 86.0 เมื่อนำมาหาค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.04 อยู่ในระดับเห็นด้วยทัศนคต่อวิชาภาษาอังกฤษด้านการประเมินผลของนักศึกษาทั้ง 3 หลักสูตร ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการประเมินตรงตามวัตถุประสงค์ของเนื้อหาที่เรียน ร้อยละ 95.0 เมื่อนำมาหาค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.13 อยู่ในระดับที่เห็นด้วย ทัศนคติต่อวิชาภาษาอังกฤษด้านอื่นๆ ของงนักศึกษาทั้ง 3 หลักสูตร ส่วนใหญ่เห็นด้วยกัยความเหมาะสมในกาฝึกฟังภาษาอังกฤษ ร้อยละ 83.0 เมื่อนำมาหาค่าเฉลี่ย เท่ากับ 3.94 อยู่ในระดับเห็นด้วย สำหรับภาพรวมของแจงจูงใจในการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ นักศึกษาทั้ง 3 หลักสูตรส่วนใหญ่ได้รับอยู่ในระดับมาก เรื่องการชอบอาจารย์ ร้อยละ 83.0 เมื่อนำมาหาค่าเฉลี่ย เท่ากับ4.11 อยู่ในระดับเห็นด้วย ผลการเปรียบเทียบแรงจูงใจในการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของนักศึกษาทั้ง 3 หลักสูตร จำแนกตามหลกสูตร พบว่า นักศึกษาส่วนใหญ่มีความคิดเห็นต่อแรงจูงใจในการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ หัวข้อการชอบวิชาภาษาอังกฤษ การเลือกได้ที่จะไม่เรียนวิชาภาษาอังกฤษ การชอบที่จะให้มีการเลิกเรียนกอนเวลา การยินดีที่จะให้การมอบหมายงานทุกครั้งหลังจากที่มีการเรียนการสอน และความพร้อมที่จะให้มีการทดสอบย่อยทุกครั้งเมื่อมีการจัดการเรียนการสอน แตกต่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการทดสอบค่าเฉลี่ยที่แตกต่างกันเป็นรายคู่ โดยวิธี Scheff's Test พบว่าหลักสูตรสาธารณสุขชุมชนกับเทคนิคเภสักรรม มีความแตกต่างกันในหัวข้อการชอบวิชาภาษาอังกฤษ การเลือกที่จะไม่เรียนวิชาภาษาอังกฤษ และการยินดีที่จะให้มีการมอบหมายงานทุกครั้งหลังจากที่มีการเรียนการสอน ส่วนหลักสูตรสาธารณสุขชุมชนกับทันตสาธารณสุข มีความแกต่างกันในหัวข้อการชอบที่จะให้มีการเลิกเรียนก่อนเวลา และความพร้อมที่จะให้มีการทดสอบย่อยทุกครั้งเมื่อมีการจัดการเรียนการสอน ผลการเปรียบเทียบแรงจูงใจในการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของนักศึกษาทั้ง 3 หลักสูตร จำแนกตามเพศ พบว่า นักศึกษาทั้งเพศชายและเพศหญิงมีความคิดเห็นต่อแรงจูงใจในการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ หัวข้อการไม่ต้องการเข้าห้องเรียนเมื่อถึงเวลาเรียนวิชานี้ การชอบอาจารย์ผู้สอน การยินดีที่จะให้มีการมอบหมายงานทุกคั้งหลังจากที่มีการเรียนการสอน และการเข้าเรียนตรงเวลาเสมอแตกต่างอย่งมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการเปรียบเทียบแรงจูงใจในการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของนักศึกษาทั้ง 3 หลักสูตร จำแนกตามอายุ พบว่า นักศึกษาที่มีอายุน้อยกว่าหรือเท่ากับ 20 ปี และอายุมากกว่า 20 ปี มีความคิดเห็นต่อแรงจูงใจในการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ หัวข้อการใช้เวลาว่างในการทบทวนวิชาภาษาอังกฤษ แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ0.05 สำหรับปัญหา ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะอื่นๆ ที่สำคัญของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้นำไปพิจารณาประกอบการให้ข้อเสนอแนะทีสมเหตุสมผลของการวิจัยครั้งนี้ ดังนั้น ผู้สอนควรจะใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงการเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งพัฒนาวิชาภาษาอังกฤษ โดยการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การฝึกการเขียนและการอ่าน การร้องเพลง การแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษ และการสอบสนทนาภาษาอังกฤษ เป็นต้น เพื่อให้นักศึกษาเกิดความสนใจในวิชานี้มากขึ้น
Abstract: The purpose of this research was to attitudes toward learning English of students in Public Health Certificate (Community Health, Pharmacy Technigue,Dental Public Health) and to compare motivation in 3 aspects:curiculum,gender,and age. Samples of this study were the first year students enrolled in academic year 2004 at Sirindhorn College of Public Health in Trang. Results of the return questionnaires were:51 of 70 (72.86%) From Community Health Program, 29 of 33 (87.8%) from Pharmacy Techique Program, ad 20 of 31 (64.52%) From Dental Public Health Program. Characteristics of sample group were female, 80.6, and at the age 20 year old or younger, 88.9%. The reliability of the questionnaire was 0.86 of cronbach's test. Data were analyzed ad represented using the percentage, mean,standard deviation, analysis of variance, Scheff's test,amd t-test. With respect to attiudes towards English in curriculum, the findings revealed that 92.0% in the Public Health certificate Programs ( mean=4.38) stronly agreed with an Fnglish class that deals with an appropriate topic in the current situations and laboratory practices reqguired listening in the language laboratory. Attiyudes toward English learning as a subject,94.0% of students (mean= 4.26) showed strong agreement with the necessity of English in health work. 98.0% (mean= 4.51) regarded as being very significant the knowledge, capability, and intention of instrutor. For all programs, attitudes toward English due to audio-visual equipment and environment of classrooms, 86.0% (mean = 4.04) students indicated agreement of appropriate handouts while 95.0% (mean = 4.13) of students showed agreement of evaluation of English followed the objectives of contents. 83.0% (mean = 3.94) of student showed agreement of others of appropriate practices in English listening. As far as motivation in learning English was concered, most of students, 83.0% (mean= 4.11) considered very significant their preference over English intructors. A comparison of students' motivation across different certificate programs nevertheless exhibited significant differences with favor of English language, no English language course, fiishing class, happy to do assignment atter class, and readiness for a quiz. The Scheffe's Test comarison showed a different between Community health and Pharmacy Technique in their preference, no English language course, and happy to do assignment after class. Community Health students differed from Dental Public Health students with respect to preference over finishing class earlier and readiness for a quiz. Comparison of motivation in learning English among all programs by gender was significant different between male and female in the factors of absent for the class, preference over instructors, happy to do assignment after class, and attending the class on time. Aditionally, comparison of motivation in learning Eglish among all programs by age was significant different between 20 year of age or younger and older 20 years old in the factor of practicing English during their free time. Suggestions and recommendations from respondents were analyzed and presented to English intructors who could nevertheless use the results of this research as a guideline to better develop thir teaching-learning enviornment and to improve thier student's English skills by introducing activitics which would increase thier interst such as writing and reading practices.singing, introducing oneself in English, and Engish conversation.
วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรัง
Address: จังหวัดตรัง
Issued: 2549
Modified: 2553-08-18
งานวิจัย/Research report
application/pdf
tha
©copyrights วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรัง
RightsAccess:
ใช้เวลา
0.015708 วินาที

สุขุมาภรณ์ ศรีวิศิษฐ
Title Contributor Type
ทัศนคติและแรงจูงใจในการเรียนภาษาอังกฤษของนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรสาธารณสุขศาสตร์ (สาธารณสุขชุมชน, เทคนิคเภสัชกรรม,ทันตสาธารณสุข)
วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรัง
สุขุมาภรณ์ ศรีวิศิษฐ

งานวิจัย/Research report
พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของสมาชิกชมรมผู้สูงอายุ ตำบลควนธานี อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง
วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรัง
ปิยะเสริญ พิชิตวงศ์;อาจินต์ สงทับ;สุขุมาภรณ์ ศรีวิศิษฐ
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
งานวิจัย/Research report
ความคิดเห็นของบุคลากรต่อการบริิหารงานด้วยระบบโครงสร้างใหม่ ของวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรัง
วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรัง
ปิยะเสริญ ปิชิตวงศ์;สุขุมาภรณ์ ศรีวิศิษฐ
สถาบันพระบรมมราชชนก สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
งานวิจัย/Research report
ความคิดเห็นของนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรสาธารณสุขศาสตร์ (สาธารณสุขชุมชน,เทคนิคเภสัชกรรม,ทันตสาธารณสุข) ต่อวิชาภาษาอังกฤษ
วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรัง
สุขุมาภรณ์ ศรีวิศิษฐ
สถาบันพระบรมมราชชนก สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
งานวิจัย/Research report
การพัฒนารูปแบบการสร้างเสริมสุขภาพในชุมชนกรณีศึกษา: ตำบลวังวน อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง
วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรัง
รุจา รอดเข็ม;นงนารถ สุขลิ้ม;เตือนจิตต์ พลสังข์ พงศ์จรัสเกษม;สุขุมาภรณ์ ศรีวิศิษฐ
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
งานวิจัย/Research report
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 23
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 2,216
รวม 2,239 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 70,157 ครั้ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ = 49 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 44 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล = 7 ครั้ง
รวม 70,257 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.134
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.216.5