Abstract:
การศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อหาปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดฟังก์ชันอุปสงค์ของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในประเทศไทย
กำหนดขอบเขตของการวิจัยจากการวิเคราะห์โดยพิจารณาเฉพาะกรณีรถยนต์ใหม่หรือรถยนต์ที่จดทะเบียนเป็นครั้งแรก ในรายไตรมาสของช่วงปี พ.ศ. 2541-2549 รวม 36 ไตรมาส ซึ่งผู้ประกอบการในการวิเคราะห์ครั้งนี้ คือ ยี่ห้อรถยนต์นั่งที่มีจำหน่ายในประเทศ โดยพิจารณาเฉพาะผู้ประกอบการรถยนต์นั่งที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุด 10 อันดับแรก ในปี 2549 ได้แก่ ผู้ประกอบการรถยนต์นั่งยี่ห้อโตโยต้า ฮอนด้า เชพโรเล็ต มิตซูบิชิ นิสสัน มาสด้า เบนซ์ บีเอ็มดับเบิ้ลยู ฟอร์ด และ
วอลโว่ โดยใช้ชื่อยี่ห้อเป็นตัวแทนของผู้ประกอบการ
การศึกษาปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดฟังก์ชันอุปสงค์ของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในประเทศไทย เป็นการวิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ ที่เป็นตัวกำหนดฟังก์ชันอุปสงค์รถยนต์นั่งส่วนบุคคล หาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณอุปสงค์ของรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ซึ่งเป็นตัวแปรตาม กับตัวแปรอิสระคือ ปัจจัยต่าง ๆ ที่คาดว่าจะมีผลกระทบ ได้แก่ ราคารถยนต์นั่ง รายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากร ราคารถปิคอัพ ราคาน้ำมันเบนซินขายปลีก ค่าใช้จ่ายในการโฆษณา จำนวนประชากร และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ โดยวิธีการวิเคราะห์ทางเศรษฐมิติ ที่เรียกว่าการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) รูปแบบของสมการที่ใช้อยู่ในรูปของสมการถดถอยเส้นตรงพหุคูณ (Multiple Linear Regression) ค่าต่าง ๆ ที่ใช้ในการวิเคราะห์จะคำนวณออกมาโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปของคอมพิวเตอร์ และใช้ข้อมูลทุติยภูมิรายไตรมาสที่เก็บรวบรวมตั้งแต่ปี 2541-2549 ซึ่งค่าต่าง ๆ ได้แก่ R2 Adjusted R2 t-test F-test Durbin-Watson test และค่าสัมประสิทธิ์ของตัวแปรอิสระ
ผลการวิจัยพบว่า
ปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดฟังก์ชันอุปสงค์ของรถยนต์นั่งในประเทศไทย ใช้วิธีการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุดทั่วไป (Ordinary Least Square : OLS) สรุปได้ว่า อุปสงค์รถยนต์นั่งในประเทศไทย พบว่า ปัจจัยที่มีผลกระทบได้แก่ ราคารถยนต์นั่ง ราคารถปิคอัพ ราคานำมันเบนชินขายปลีก ค่าใช้จ่ายในการโฆษณา จำนวนประชากร และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้
โดยที่ราคารถยนต์นั่ง ราคารถปิคอัพ ค่าใช้จ่ายในการโฆษณา จำนวนประชากร และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ โดยที่ราคารถยนต์นั่ง ราคารถปิคอัพ ค่าใช้จ่ายในการโฆษณา จำนวนประชากร และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้มีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันกับอุปสงค์รถยนต์นั่ง ซึ่งราคารถยนต์นั่งมีความสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกับปริมาณอุปสงค์ รถยนต์นั่ง ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 82.83 ราคารถปิคอัพมีความสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกับปริมาณอุปสงค์รถยนต์นั่ง ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 64.75 ค่าใช้จ่ายในการโฆษณามีความสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกับปริมาณอุปสงค์รถยนต์นั่ง ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 85.27 จำนวนประชากรมีความสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกับปริมาณอุปสงค์รถยนต์นั่งที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 99.82 และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้มีความสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกับปริมาณอุปสงค์รถยนต์นั่ง ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 69.71 ส่วนราคาน้ำมันเบนซินขายปลีกราคาน้ำมันเบนซินขายปลีกมีความสัมพันธ์ไปในทิศทางตรงกันข้ามกับปริมาณอุปสงค์รถยนต์นั่ง ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 96.12
The main objective of this study is to identify the major determinants of the passenger car demand function in Thailand. The new car sales and registrations in the quarterly data sets between 1998-2006 from the top ten car manufacturers in 2006 were used for the study. These top ten car producers were Toyota, Honda, Chevrolet, Mitsubishi, Nissan, Mazda, Mercedes-Benz, BMW, Ford and Volvo.
The crucial determinants of the demand for passenger cars were presented using the multiple regression analysis. The dependent variable, the quantity of the private passenger car sales, was regressed against the independent variables including the passenger car price, the income per capita, the pickup truck price, the retail gasoline price, the advertising expense, the population, and the loan interest rate, The quarterly data sets between 1998-2006 were used in the multiple linear regression model to identify several statistics such as R2 Adjusted R2 t-test F-test Durbin-Watson test, and coefficients of the independent variables in order to justify the modes. Finally, the market concentration was quantified using two indicators: the concentration ratio (CR) and the Herfindahl Index.
Form the results of the study it is concluded that the important determinants for the passenger car demand are the passenger car prince, the pickup truck price, the retailed gasoline price that has a negative correlation. The car price is positively correlated at 82.83% confidence level while the pickup truck price, the advertising expense, the population, and the loan interest rate are also positively correlated at the confidence level of 64.75%, 85.27%, 99.82%, and 69.71% respectively. On the other hand, the retailed gasoline prince is negatively correlated at the confidence level of 96.12 %.