Abstract:
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบทัศนะของครูต่อ การบริหารโรงเรียนเอกชน ระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริม การศึกษาเอกชน เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร จำแนกตามภูมิหลังของครู ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา และประสบการณ์การทำงาน ดำเนินการวิจัยเชิงสำรวจ ใช้แบบสอบถามที่ผู้วิจัย สร้างขึ้นเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล จากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นครูผู้สอนในโรงเรียนเอกชน ระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร จำนวน 171 คน มีค่าเฉลี่ยความเชื่อมั่น 0.98 และวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทำการเปรียบเทียบทัศนะของครูต่อการบริหารโรงเรียน โดยใช้การทดสอบค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และเปรียบเท ียบรายคู่ตามวิธีของเชฟเฟ
ผลการวิจัยพบว่า
1) กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 41-50 ปี ระดับการศึกษาปริญญาตรีมีประสบการณ์การทำงานมากกว่า 10 ปี
2) ครูมีทัศนะต่อการบริหารโรงเรียนเอกชนระดับประถมศึกษา ในภาพรวม อยู่ในระดับเห็นด้วยมาก โดยเห็นด้วยมากด้านบุคลากรเป็นอันดับ 1 รองลงมา ด้านกิจการนักเรียน ด้านวิชาการ ด้านอาคารสถานที่ ด้านธุรการ การเงินและพัสดุ และด้านความสัมพันธ์ ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน ตามลำดับ
3) ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า
3.1) ครูที่มีเพศต่างกัน มีทัศนะต่อการบริหารโรงเรียนเอกชน ระดับ ประถมศึกษาในภาพรวมไม่แตกต่างกัน เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ครูที่มีเพศต่างกันมีทัศนะต่อ การบริหารโรงเรียนเอกชนระดับประถมศึกษาไม่แตกต่างกัน
3.2) ครูที่มีอายุต่างกัน มีทัศนะต่อการบริหารโรงเรียนเอกชน ระดับ ประถมศึกษาในภาพรวมไม่แตกต่างกัน เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ครูที่มีอายุต่างกันมีทัศนะต่อ การบริหารโรงเรียนเอกชน ระดับประถมศึกษาทุกด้านไม่แตกต่างกัน
3.3) ครูที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีทัศนะต่อการบริหารโรงเรียนเอกชน ระดับประถมศึกษาในภาพรวมไม่แตกต่างกัน เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ครูที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีทัศนะต่อการบริหารโรงเรียนเอกชน ระดับประถมศึกษา ด้านกิจการนักเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนด้านอื่นๆ ไม่แตกต่างกัน
3.4) ครูที่มีประสบการณ์การทำงานต่างกันมีทัศนะต่อการบริหารโรงเรียน เอกชน ระดับประถมศึกษาในภาพรวมไม่แตกต่างกัน เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ครูที่มีประสบการณ์การทำงานต่างกัน มีทัศนะต่อการบริหารโรงเรียนเอกชน ระดับประถมศึกษา ทุกด้านไม่แตกต่างกัน
This research aimed to study and to compare the opinions of teachers on the administration of private primary schools under the Office of Private Education Commission, Bang Sue District, Bangkok Metropolis. It was classified by teachers background. The sample group used in this study was a group of 171 on duty teachers at private primary schools under the Office of Private Education Commission, Bang Sue District, Bangkok Metropolis. A questionnaire with the reliability of 0.98 was used for data collection. The statistics used for data analysis were frequency classification, percentage, mean, standard deviation, t-test, One-way ANOVA, and Scheffe matched pair comparison.
The research found that:
1. Out of the 171 participating teachers, 142 or 83.04% were female, while 51 of them or 29.82% were between 41-50 years of age, and 140 teachers or 81.87% had Bachelor's degree. Eighty two respondents or 47.95% had been working for over 10 years.
2. As a whole, the opinions of teachers on the administration of private primary schools were at high level of agreement. What was most agreed upon was the aspect of staff, followed by the aspects of student affairs, academic, building/construction, administration, finance/supplies, and relationship between school and community respectively.
3. Teachers with different gender, age, educational level, and working experience, overall, had similar opinions on the administration of private primary schools. Some differences were found among the opinions of teachers with different educational level on the administration of private primary schools in the aspect of student affairs at statistical significance of .05.