Abstract:
การวิจัยเรื่องนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบการดูแลนักเรียนกลุ่มเสี่ยง ของผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายปกครองและครูฝ่ายปกครอง ในโรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษา กรุงเทพมหานครจำแนกตามภูมิหลังของผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายปกครองและครูฝ่ายปกครอง และขนาดของโรงเรียน สังกัดกรมสามัญศึกษา กรุงเทพมหานคร ดำเนินการวิจัยเชิงสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายปกครองและครูฝ่ายปกครองของโรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษา กรุงเทพมหานคร จำนวน 400 คนเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลใช้แบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น มีค่าความเชื่อมั่น 0.91 สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่า t-test, Ftest และทดสอบรายคู่ ด้วยวิธีการของเชฟเฟ
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายปกครองและครูฝ่ายปกครอง ที่เป็นกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 52.5 อายุมากกว่า 45 ปีขึ้นไป ร้อยละ 59.5 วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี ร้อยละ 74.25 มีประสบการณ์การปฏิบัติงานในฝ่ายปกครองมากกว่า 10 ปี ร้อยละ 55.3 ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียน ขนาดใหญ่ และโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ ร้อยละ 38.5 เคยได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ฝ่ายปกครอง ร้อยละ92.3
2. การดูแลนักเรียนกลุ่มเสี่ยงของผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายปกครอง และครูฝ่ายปกครองของโรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษา กรุงเทพมหานคร ในภาพรวมอยู่ในระดับปฏิบัติมาก โดยพบว่า มีการปฏิบัติมากอันดับที่ 1 คือ การปฏิบัติงานด้านการยึดระเบียบวินัย รองลงมาการปฏิบัติงาน ด้านการยึดหลักพฤติกรรม และการปฏิบัติงานด้านการยึดหลักคุณธรรม-จริยธรรม ตามลำดับ
3. ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายปกครองและครูฝ่ายปกครอง ที่มีอายุต่างกันมีการปฏิบัติงานการดูแลนักเรียนกลุ่มเสี่ยงแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ .01 ผู้ช่วย ผู้อำนวยการฝ่ายปกครองและครูฝ่ายปกครองที่ปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนขนาดต่างกัน มีการปฏิบัติงานการดูแลนักเรียนกลุ่มเสี่ยงแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ .05 ส่วนการปฏิบัติงานของผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายปกครองและครูฝ่ายปกครองที่มีเพศ ระดับการศึกษา และประสบการณ์ในการปฏิบัติงานต่างกัน มีการปฏิบัติงานการดูแลนักเรียนกลุ่มเสี่ยงไม่แตกต่าง
The purposes of this research were to study and to compare the risky student group supervisions of discipline division assistant directors and teachers in the schools under General Education Department, Bangkok Metropolis classified by their background and school size. It was a survey research. The sample consisted of 400 discipline division assistant directors and teachers. The questionnaire with 0.91 reliability was used for data collection. Data were analyzed by using percentage, mean, standard deviation, t-test, F-test and Scheffe matched pair comparison.
The findings revealed that:
1. Majority of the sample were females at 52.5%, age over 45 years at 59.5%, had bachelor degree at 74.25%, had more than 10 years working experience in discipline division at 55.3%, worked in large and extra large schools at 38.5%, were appointed to work in discipline division at 92.3%.
2. The samples supervisions totally were at high level with action by rules regulations came first, followed by action by behavioral principle and action by ethics principle respectively.
3. The hypothesis testing showed that there was a significant difference at .01 level among the sample with different age on risky student group supervision. There was a significant difference at .05 level among the sample who worked in different school size, while there was no difference among the sample with different gender, educational level and working experience.