Abstract:
งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากระบวนการบริหารจัดการของโรงเรียนที่จัดระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนได้ประสบผลสำเร็จ 2) ศึกษาเงื่อนไขที่มีผลต่อกระบวนการบริหารจัดการของโรงเรียนที่จัดระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนได้ประสบผลสำเร็จ 3) นำเสนอยุทธศาสตร์การบริหารจัดการของโรงเรียนที่ประสบผลสำเร็จ ในการจัดระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน
การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) ผู้วิจัยได้เลือกที่จะศึกษาโรงเรียนทุ่งโพธิ์วิทยาที่ประสบผลสำเร็จในการจัดระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน วิธีที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ การบันทึกภาพ การจดบันทึกข้อมูลจากเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียน การสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม การสัมภาษณ์ระดับลึก และการสนทนากลุ่ม รวมทั้งอัดสำเนาแถบบันทึกเสียงจากผู้ให้ข้อมูลหลัก
กลุ่มตัวอย่างที่ในการในการศึกษาค้นคว้าเป็นผู้ให้ข้อมูลหลักที่เลือกมาแบบเฉพาะเจาะจง ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียน ครูผู้สอน ครูแนะแนว ครูฝ่ายปกครอง นักเรียน ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียน
ผลการวิจัยพบว่า การศึกษากระบวนการบริหารจัดการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน มี 4 ขั้นตอนคือ 1) การศึกษาสภาพปัจจุบันของนักเรียน โดยการสร้างความตระหนักให้ครูทุกคน และบุคลากรที่เกี่ยวข้องเห็นคุณค่าและความจำเป็นที่จะต้องมีการจัดระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ไปเยี่ยมบ้านนักเรียนทุกคนเพื่อนำข้อมูลมาดำเนินการให้ความช่วยเหลือต่อไป 2) การวางแผนปฏิบัติงาน มีการประชุมวางแผนร่วมกันระหว่างครู เครือข่ายผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียน เพื่อกำหนดนโยบาย กำหนดขั้นตอนการดูแลช่วยเหลือนักเรียนร่วมกัน 3) การมอบหมายงานและลงมือปฏิบัติ มีการมอบหมายงานให้ตรงกับความรู้ความสามารถ และความถนัดของครู โดยการมอบหมายงานด้วยวาจา ประชุมเปิดโอกาสให้ครูแบ่งหน้าที่กันทำตามความสมัครใจก่อนออกคำสั่ง ก่อนลงมือปฏิบัติงานมีการส่งเสริมให้ครูทุกคนและบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ารับความรู้เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มทักษะในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน 4) การประเมินผล ผู้บริหารจะประเมินผลการทำงานของครูอย่างใกล้ชิด ต่อเนื่อง โดนมีการกำหนดปฏิทินการดำเนินงาน การนิเทศ กำกับ ติดตามผลทุกระยะ รวมทั้งประเมินผลโดยการสอบถามจากผู้ปกครอง เพื่อนำผลการประเมินมาปรับปรุงแก้ไขในการทำงานต่อไป
เงื่อนไขที่ส่งผลให้กระบวนการบริหารจัดการ ระบบการดูช่วยเหลือนักเรียนให้ประสบผลสำเร็จ มี 5 ประการ ได้แก่ 1) เงื่อนไขจากครู คือความเอาใจใส่นักเรียนทุกคนเป็นอย่างดี การไปเยี่ยมบ้านนักเรียนทุกคนนอกเหนือจากเวลาราชการ 2) เงื่อนไขจากผู้บริหาร พบว่าการมีภาวะผู้นำ มีความรู้ความสามารถในการทำงาน เป็นแบบอย่าง การดูแลเอาใจใส่นักเรียนด้วยตนเอง และการมีสัมพันธภาพที่ดีกับชุมชน ทำให้เข้าถึงชุมชนเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างโรงเรียนกับชุมชน พร้อมทั้งนำศักยภาพของชุมชนมาช่วยในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน 3) เงื่อนไขจากผู้ปกครองนักเรียนและชุมชน ผู้ปกครองเป็นแบบอย่างที่ดี อบรมสั่งสอนลูกหลาน ให้ความร่วมมือกับโรงเรียนในการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการส่งเสริมพัฒนา ป้องกันและแก้ไขปัญหานักเรียน ชุมชนช่วยสอดส่องดูแลนักเรียน จัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนานักเรียน และเป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพนักเรียน 4) เงื่อนไขจากเวลาการทำงานของบุคลากร ทุ่มเทการทำงานทั้งในเวลาราชการและนอกเวลาราชการ โดยใช้เวลาหลังเลิกเรียนและในวันหยุดเข้าไปเยี่ยมนักเรียน จึงทำให้การดูแลนักเรียนมีประสิทธิภาพ 5) เงื่อนไขจากสภาพแวดล้อมและสภาพสังคม โรงเรียนตั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีมีธรรมชาติที่สวยงามและมีสภาพสังคมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ไม่มีแหล่งมั่วสุม คนในชุมชนเป็นคนมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ อยู่กันแบบพี่น้อง
ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการที่สำคัญของโรงเรียนแห่งนี้ ที่นำมาใช้ให้เห็นอย่างชัดเจนจำนวน 4 ยุทธศาสตร์ คือ 1) ยุทธศาสตร์การร่วมมือ เป็นการสร้างความร่วมมือกันระหว่างโรงเรียนกับชุมชน ในการจัดกิจกรรมเพื่อป้องกัน แก้ไข ส่งเสริม ให้แก่นักเรียน 2) ยุทธศาสตร์การสร้างกำลังใจ เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับบุคลากรที่ทุ่มเทการทำงานและปฏิบัติหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มความสามารถ 3) ยุทธศาสตร์การสร้างความเชื่อมั่น เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนในชุมชนถึงการทำงานของโรงเรียน ว่าสามารถดูแลนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4) ยุทธศาสตร์การสร้างความสัมพันธ์อันดี เป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งที่ทำให้โรงเรียนเข้าถึงนักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน เพื่อระดมทรัพยากรในชุมชนมาช่วยในการจัดการศึกษา และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคลากรในโรงเรียนกับคนในชุมชน ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีความสุข
The purposes of this study were 1) to study the administrative strategies the school implemented in managing a student assistance system successfully, 2) to examine the factors affecting its success, and 3) to propose some suggestions to improve the system.
This study employed a qualitative model. The researcher chose Tung Po Wittaya School as the site of the study, since this school was successful in assisting its students. Research instruments included photograph, document, non- participatory observation, in-depth interview, and a focus group. The researcher interviewed school administrators, teachers, counselors, students, parents, members of a school board, and people involved with the school.
The results were as follows :
1. There were four stages the school implemented in managing a student assistance system which included 1) Visiting individual students houses to study their present conditions and problems 2) Meeting among teachers, parents, and members of a school board for policy making, and discussing about stages in working 3) Assigning work suitable for each teacher and offering training for teachers to assist students effectively 4) assessing the teachers performances by the administrators closely and continuously and improving the project according to the assessment.
2. There were five factors affecting the success of a student assistance system in this school as follows : 1) teachers caring and dedicating 2) administrators leadership, efficiency, good relationship with community 3) parents and community 4) dedication of personnel in a school devoting time after school to visit their students 5) environmental and social condition of the community where a school is located.
3. The researcher found four main strategies this school employed as follows : 1) cooperation between a school and its community in organizing activities for students 2) building its personnels morale and spirit in working 3) building the communitys trust for the school 4) enhancing a good relationship among the school, students, parents and a community so that everyone lives and works happily.