Abstract:
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาการดำเนินงานตามกระบวนการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา เปรียบเทียบการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาตามกระบวนการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาของสถานศึกษา ตลอดจนเสนอแนะแนวทางการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพังงา
กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ เป็นผู้บริหารสถานศึกษาและครูประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพังงา ปีการศึกษา 2548 จำนวน 192คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม แบบตรวจสอบรายการและแบบสอบถามปลายเปิดเพื่อรวบรวมปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาค่าร้อยละ ค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานและค่าสถิติที
ผลการวิจัยพบว่า ระดับเจตคติที่มีต่อการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา โดยภาพรวมของผู้บริหารสถานศึกษา และครูประกันคุณภาพการศึกษาอยู่ในระดับมาก ความพร้อมในการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา พบว่าผู้บริหารสถานศึกษา และครูประกันคุณภาพการศึกษา มีความพร้อมต่อการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา อยู่ในระดับมากเช่นเดียวกัน
ผลการเปรียบเทียบการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาตามกระบวนการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพังงา ตามทัศนะของผู้บริหารสถานศึกษาและครูประกันคุณภาพการศึกษา พบว่าผู้บริหารสถานศึกษาและครูประกันคุณภาพการศึกษา ดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาไม่แตกต่างกัน เมื่อพิจารณาความสัมพันธ์ในการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา โดยภาพรวมพบว่าความพร้อมในการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษากับขอบข่ายการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 และมีค่าสหสัมพันธ์ .737
ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา พบว่ามีปัญหาการดำเนินงานดังนี้ (1) การจัดระบบบริหารและสารสนเทศ คือขาดข้อมูลใน การจัดทำสารสนเทศ (2) การพัฒนามาตรฐานการศึกษา คือครู ผู้ปกครอง และชุมชนไม่เข้าใจรูปแบบและระบบการพัฒนามาตรฐานการศึกษา (3) การจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา คือขาดบุคลากรที่รับผิดชอบและการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา (4) การดำเนินตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา คือการดำเนินตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ยังไม่มีขั้นตอนการดำเนินงาน (5) การตรวจสอบและทบทวนคุณภาพการศึกษา คือไม่ดำเนินการตามกระบวนการตรวจสอบและทบทวนที่จริงจังอย่างต่อเนื่อง (6) การประเมินคุณภาพการศึกษา คือขาดความเป็นจริงใน การประเมิน เนื่องจากต้องการเพียงตัวเลข (7) การรายงานคุณภาพประจำปี คือขาดข้อมูลตัวบ่งชี้ที่ชัดเจน และไม่สัมพันธ์กันในการจัดทำรายงาน (8) การผดุงระบบการประกันคุณภาพการศึกษา คือองค์กรไม่เห็นความสำคัญของการผดุงระบบการประกันคุณภาพการศึกษา
สำหรับข้อเสนอแนะ แนวทางแก้ปัญหาการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาตามกระบวนการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา มีดังนี้ (1) การจัดระบบบริหารและสารสนเทศ คือส่งเสริมให้มีการประชุม อบรม สัมมนาการจัดทำข้อมูลสารสนเทศ (2) การพัฒนามาตรฐานการศึกษา คือส่งเสริมพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจในการพัฒนามาตรฐานการศึกษา โดยดำเนินการจัดให้มีการประชุม อบรมสัมมนาแลกเปลี่ยน การเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ตลอดจนจัดเอกสารให้บุคลากรศึกษาเพิ่มเติม (3) การจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา คือแต่งตั้งบุคลากรรับผิดชอบและจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา (4) การดำเนินตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา คือควรแต่งตั้งกรรมการดำเนินงานไว้ล่วงหน้า โดยจัดบุคลากรให้ตรงกับความถนัด (5) การตรวจสอบและทบทวนคุณภาพการศึกษา คือควรจัดอบรมเชิงปฏิบัติการและจัดเอกสารเผยแพร่ให้ความรู้ที่นำไปปฏิบัติจริงได้ (6) การประเมินคุณภาพการศึกษา คือควรพัฒนาระบบการประเมินให้สอดคล้องกับสภาพที่แท้จริงของการดำเนินงาน และมีวิธีที่หลากหลาย (7) การรายงานคุณภาพประจำปี คือให้บุคลากรในโรงเรียนได้เข้าใจและมีส่วนร่วมแนะแนวทางรายงานคุณภาพการศึกษาให้ตรงตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ (8) การผดุงระบบ การประกันคุณภาพการศึกษา คือชี้แจงทำความเข้าใจแก่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
The purposes of this research were to investigate the level of the performance of the schools based on the Quality Assurance Plan, to compare the perceptions toward the performance of the schools administrators and teachers as well as to study the problems and provide some guidelines for the improvement of the performance of the schools.
This study used a quantitative method of research. The sample for this project was 192 administrators and teachers in the schools under the supervision of Phang - nga Educational Area in year B.E. 2548 . Questionnaires were used in to collect data for this study. The data was then analyzed and shown in percentages , mean , standard derivation , F-test , and T-test. The results of analysis were as follows :
It was found that the level of performance of the schools in all aspects was high. These included the attitudes of the administrators and teachers, and their willingness to participate in activities .
From the comparison between the administrators and school teachers perceptions toward the Quality Assurance Plan, it was revealed that there was no significant difference between them. It was also found that the readiness to participate and the performance of the schools was significantly correlated at the .05 level and the coefficient rate was.737.
The barriers encountered in implementing the Quality Assurance plan of the schools included the following problems : lack of information , teachers, parents and the community had inadequate understanding of the plan , inadequate personnel, lack of clear stages in operating the plan, no evaluation and follow-up , inefficient system of reporting, and lack of awareness of the importance of the Quality Assurance Plan and its effect on the quality of education.
There were some suggestions from the administrators and the teachers. First, that there should be a seminar to encourage teachers to collect and use information. Second, teachers should be encouraged to realize the advantages of the quality assurance plan by providing them some resources . Moreover, the schools should assign the suitable people to be responsible for this project . Schools should also develop an evaluation system and include various people within the school to make the report. Lastly, it is very important to make everyone involved realize the importance of the Quality Assurance Plan.