แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

สถานการณ์ที่ดินและผลผลิตการเกษตรในช่วงปีเพาะปลูก 2518/19-2536/37 และการจำแนกศักยภาพดินโดยระบบจำแนกสมรรถนะความอุดมสมบูรณ์ของดินในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์และศรีสะเกษ
Land Unilization and Agriculthral Products (1975-1993) and soil Potential Classification by Soil Fertility Capability Classification System in Surin & Sisaket

Address: มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
keyword: ดิน
Classification :.DDC: 631.4
; การเกษตร
; การเพาะปลูก
Abstract: เอกสารนี้เป็นเอกสารการรวบรวมผลงานการศึกษาวิจัยท้องถิ่น 3-4 เรื่อง ที่ได้เผยแพร่ไปแล้วในช่วงเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำในพื้นที่เดียวกันในแง่มุมต่าง ๆ นำมาเสนอในรูปแบบของงานวิเคราะห์ข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ที่สถาบันฯรับผิดชอบในฐานะสถาบันอุดมศึกษาของท้องถิ่น ในส่วนแรกในการวิจัยเชิงสำรวจเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ดินและผลผลิตของการเกษตรบริเวณพื้นที่จังหวัดสุรินทร์และศรีสะเกษ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวโน้มการใช้ประโยชน์ที่ดิน ผลผลิตการเกษตร การจัดการทรัพยากร และปัญหาการเกษตรที่มีในพื้นที่นี้ โดยใช้ข้อมูลจากในอดีตและปัจจุบัน การเก็บรวบรวมข้อมูลจึงแบ่งเป็น 2 ขั้นตอนใหญ่ คือ ตอนที่ 1 การสำรวจจากเอกสาร สถิติข้อมูลที่ได้รวบรวมไว้แล้ว โดยหน่วยงานทางการเกษตรทั้งในระดับพื้นที่ ระดับภาค และประเทศ เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติการเกษตรในช่วงเวลา 18 ปีที่ผ่านมาเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินในด้านต่างๆ และผลผลิตการเกษตรที่ได้รับ รวมทั้งมูลค่าตอบแทนทางเศรษฐกิจที่ได้จากการใช้ที่ดิน และเป็นการตรวจสอบความสอดคล้องกับศักยภาพของปัจจัยการผลิตขั้นพื้นฐาน เช่น ทรัพยากรดินแหล่งน้ำ สภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศของพื้นที่ว่า มีความเหมาะสมเพียงใดกับลักษณะการใช้ที่ดินในช่วงเวลานั้น ๆ ตอนที่ 2 เป็นการสำรวจข้อมูลในพื้นที่จริงภาคสนามในช่วงปีการเพาะปลูก 2536/37 โดยการใช้แบบสำรวจข้อมูลและแบบสำภาษณ์จากผู้นำเกษตรกรในหมู่บ้านที่เลือกเป็นตัวแทน จำนวนทั้งสิ้น 150 หมู่บ้าน ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง สองจังหวัด เป็นการสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์การผลิตในปีปัจจุบบันและแนวโน้มที่เป็นผลกระทบต่อเนื่องมาแล้วจากการใช้พื้นที่นั้น ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผลจากการศึกษา พบว่า ทรัพยากรขั้นพื้นฐานในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์และศรีสะเกษ เช่นทรัพยากรดิน แหล่งน้ำ ป่าไม้ ภูมิประเทศ และสภาพอากาศ คือปัญหาสำคัญที่เป็นอุปสรรคต่อการเกษตรกรรม สมบัติของดินมีปัญหาทั้งทางด้านเคมีและความอุดมสมบูรณ์ของดิน ด้านกายภาพและสภาพภูมิประเทศที่ไม่เหมาะสม แหล่งน้ำเพื่อการเกษตรก็มีอยู่น้อยมาก ทำให้การเกษตรกรรมจากแหล่งน้ำธรรมชาติและชลประทานมีเพียงร้อยละ 5 ของพื้นที่ การกสิกรรมในพื้นที่นี้จึงเป็นเกษตรกรรมแบบพึ่งพาน้ำฝนถึงร้อยละ 95 แต่กระนั้นการเกษตรก็ยังเป็นอาชีพหลักของประชากรในพื้นที่นี้ โดยมีสัดส่วนคิดตามพื้นที่ถึง 8 ล้านไร่จากพื้นที่ทั้งหมด10.5 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 75 พืชที่ปลูกเป็นพืชหลักคือข้าวนาปี(3 ใน 4 ส่วนเป็นข้าวเจ้า ) โดยใช้พื้นที่ในช่วงฤดูเพาะปลูก 3 –8 เดือนต่อปี นอกฤดูกาลมักปล่อยให้พื้นที่เปล่า เนื่องจากมีปัญหาเรื่องน้ำเพื่อการเกษตรและสภาพพื้นที่ไม่อำนวย ผลผลิตที่สำคัญในพื้นที่นี้จึงมีข้าว เป็นหลัก รวมแล้วมีปริมาณมากถึง 1 ล้านตันต่อปีตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา นอกจากข้าว พืชหลักตัวอื่นๆก็มีมันสำปะหลัง ปอแก้ว ข้าวโพด ถั่วต่างๆ ไม้ผลบางชนิด หอมแดงและกระเทียมซึ่งเมื่อคิดสัดส่วนพื้นที่หรือข้อมูลของผลผลิตแล้วมีไม่ถึงร้อยละ10 ของผลผลิตข้าวนาปี และจากการสำรวจภาคสนามในหมู่บ้านช่วงฤดูเพาะปลูก 2536/37 ได้ข้อสรุปว่าในระดับหมูบ้านเกษตรกรหรือผู้นำท้องถิ่นยังคงเป็นชาย มีอายุในช่วง 30-50 ปี และมีประสบการณ์ในพื้นที่ค่อนข้างนาน ในช่วงที่ว่างจากการทำนาปีมักจะไปประกอบอาชีพเสริมอื่น หรือรับจ้างทำงานต่างถิ่น ขนาดของหมู่บ้านค่อนข้างใหญ่ มีมากกว่า 100 ไปถึง 500 หลังคาเรือน รายได้ต่อครัวเรือนแตกต่างกันระหว่าง5,000–20,000 บาทต่อปี สถานภาพการศึกษายังต่ำ ส่วนใหญ่ได้เรียนแค่การศึกษาภาคบังคับ และในหมู่บ้านเองมีผู้ไม่รู้หนังสือหรือรู้แล้วลืมแล้วถึงประมาณร้อยละ 60 แต่ละท้องถิ่นมีวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี แตกต่างกันค่อนข้างมาก ทำให้มีปัญหาในการรับและถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ๆ ลักษณะของที่ดินและภูมิประเทศในพื้นที่ค่อนข้างมีปัญหา เนื่องจากเนื้อดินหยาบขาดความอุดมสมบูรณ์ บางแห่งอยู่ในที่สูง ไม่มีแหล่งน้ำ และมีพื้นที่ถือครองต่อครัวเรือนน้อยมาก 10–20 ไร่ การใช้ประโยชน์ที่ดินใช้เพียงช่วง เวลาเพาะปลูก (3 –8 เดือนต่อปี ) ช่วงเวลาที่เหลือมักปล่อยให้ที่ดินว่างเปล่า การจัดการที่ดินมีประมาณครึ่งหนึ่งที่เข้าใจเรื่องการใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก การไถกลบพืช และการคลุมดิน พันธุ์พืชที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นของทางการ นอกนั้นเป็นพันธุ์พื้นเมือง ส่วนเครื่องจักรกลการเกษตรและการกำจัด ศัตรูพืชมีน้อยมากและไม่มีการใช้เทคโนโลยีการชลประทานเลย ทางด้านผลผลิตการเกษตรหลักๆก็ตรงกับภาคเอกสารสถิติที่กล่าวมาแล้ว แต่มีปัญหาในเรื่องปริมาณ ( ผลผลิตต่อไร่ค่อนข้างต่ำ)คุณภาพไม่ดี และไม่มีการจัดการผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยว ทำให้ปัญหาด้านราคา และเกษตรกรไม่มีอำนาจต่อรอง สำหรับข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาที่พบนี้ รัฐควรเข้าไปมีบทบาทโดยการจัดทำแผนการจัดการทรัพยากรและการผลิตที่เหมาะสมและเป็นไปได้ในทางปฏิบัติกำหนดทิศทางพัฒนาการของชาติและท้องถิ่นอย่างเหมาะสมและมีความสอดคล้องกัน มีการจัดตั้งองค์การเกษตร เผยแพร่ถ่ายทอดเทคโนโลยี ปรับปรุงคุณภาพผลผลิต แก้ไขปัญหาปัจจัยการผลิตต่างๆ เช่น แหล่งน้ำ ปุ๋ย พันธ์พืช ฯลฯ รวมทั้งจัดหาแหล่งเงินทุน การจัดการด้านการตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยตัวเกษตรกรเองและผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องยอมรับและเข้ามาร่วมในกะรบวนการอย่างจริงจังและได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากันทุกฝ่ายอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม ในส่วนที่สองจึงเป็นการทดลองนำระบบจัดจำแนกดินแบบใหม่ คือ ระบบ จำแนกสมรรถนะความอุดมสมบูรณ์ของดิน ( FCC ) มาใช้ในการจัดระดับความเหมาะสมของชุดดินต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์และศรีสะเกษ สำหรับการปลูกพืชหลักต่าง ๆ เช่น ข้าว และพืชไร่ โดยมีข้อมูลเพื่อใช้วัตถุประสงค์ข้อมูลพื้นฐานต่างๆ ของดินในระดับพื้นที่มาจัดเป็นแผนการชี่ดินขึ้น ซึ่งในวิธีการได้ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ภาษาเบสิกช่วยในการกำหนดประเภทชั้นดินบน ดินล่างและตัวแปรต่าง ๆ ตามเกณฑ์ของระบบ FCC ให้ค่าระดับคะแนน แล้วจัดชั้นสมรรถนะ และใช้ข้อมูลประกอบอื่นๆ จากการสำรวจพื้นที่จัดรวมขึ้นเป็นแผนการใช้ที่ดิน ผลการศึกษาวิจัยในครั้งนี้สรุปได้ว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ในจังหวัดสุรินทร์และศรีสะเกษ ไม่มีความเหมาะสมที่จะนำมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตร โดยมีชุดดินต่างๆ ที่ถูกจัดไว้ในชั้นสมรรถนะ หรือความเหมาะสมระดับที่ 5 สำหรับการปลูกข้าว คิดเป็นพื้นที่ถึงร้อยละ 87 หรือสำหรับการปลูกพืชไร่ คิดเป็นพื้นที่ถึงร้อยละ 85 ของพื้นที่ทั้งหมด ดังนั้นในการสรุปแผนการใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรครั้งนี้ จึงได้แผนการใช้ที่ดินเพื่อการปลูกข้าวที่อยู่ในระดับความเหมาะสมขั้นที่ 2 คิดเป็นร้อยละ 0.74 ระดับความเหมาะสมขั้นที่ 3 และ 4 คิดเป็นร้อยละ 7.66 และ 7.08 ตามลำดับ แผนการใช้ที่ดินในการปลูกพืชไร่ในระดับความเหมาะสมขั้นที่ 3 และ 4 คิดเป็นร้อยละ 1.17 และ 4.80 ของพื้นที่ และแผนการใช้ที่ดินเพื่อทำเป็นสวนผักและไม้ผล อีกร้อยละ 0.16 นอกนั้นพื้นที่จำนวนมากถึงร้อยละ 75.44 ของพื้นที่ทั้งหมดนั้น ซึ่งการจัดแผนการจัดที่ดินในครั้งนี้แนะนำว่าไม่ควรนำมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตร เพราะได้ผลไม่คุ้มกับการลงทุนและอาจจะให้ผลเสียตามมาอีกมาก แต่การยอมรับแผนการใช้ที่ดินนี้ในระดับพื้นที่ คงทำได้ยาก หรืออาจจะทำได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ซึ่งต้องมีวิธีการทางด้านสังคม เศรษฐกิจ เข้ามาร่วมในการจัดทำด้วย สำหรับวีธีการจัดจำแนกขั้นสมรรถนะหรือความเหมาะสมโดยระบบ FCC นี้ เห็นว่า เป็นวิธีการที่สมควรจะนำมาใช้ประโยชน์ต่อไปในระดับขนาดพื้นที่ที่แตกต่างกันหรือในพื้นที่อื่นได้
Abstract: This study was collected of local researches and disseminated for 3 to 4 years the results have done in the same speciffic areas. The data was presented in terms of analysis of natural resources and environments of target areas of institute,Surin and Sisaket provinces. First part, was shown a survey research of land utilization and agricultural products.The objectives were to be able to know the tendency of land use agricultural products, natural resources management and some problems. The Situation of event from the past and at presents will be considered. There are 2 steps for data collections. Step 1 survey portion from the government sectors such as specific area, regional and the nation . The analysis of data was done for the last 18 year of agriculgural statistics. These studies were also incorporate land use,products, income and inspection of the potential of basic factor for production such as soil resources, water resources, to pography and climate. The second portion regardless field study of the year 1993/94 and the questionnaire was done by interviewing the farmers or the leaders from 150 target villages with cover 2 provinces. The questionnaire was related the situation and tendency that affected on land utilization from the part up to present. The results indicated that the basic natural resources like a soil resources, water, forest, topography and climate were the main together with topography were not appropriate. Lack of water sources, bout 95% depend on raining season whereas 5 % still used for natural water and irrigation. But the results also shown the area size for main crop products. About 75% the farmer grown rainy rice area (data from 8 million rai from overall 10.5 million rai). Crop season usually 3-8 month/year the rest,the land cannot be grown any crops because of lacking water and unsuitable land. Therefore,agricultural main products was rice and about 1 million metric ton/year. Aside from rice production,the investigation found that cassava, kenaf,corn,pea(bean),fruit, shallot or garic whith less than10% of rice production. In the year 1993/94 indicated that male farmer ranging from 30-50 years old whose long experience and usually transfer the labor to look for a job after rice plantation. The large village of 100 to 500 resulped in 5,000-20,000 baht income per family per year. In general, the farmer were low educated and finished olly elementary school. Somehow,approximately 60% was not interested learning. The culture, however, were differences. As a consequence, there are some problems for technology transfer. Soil and topography, on the other hand, were the big problems as well as coarse soil particle and lack of soil fertility. Some area was located in up land which there was no water resource. The farmers cultivated for small area, 10-20 rai. The land utilization was olly 3-8month / year . They known how to use manure, compost, green manure and mulching. Generally, they used certificate seed and the other were native variety. There is no irrigation technology while a little pesticide and machanice were used. The finding confirm the previous results but it obviously low yield, poor quality and lack of post harvest handship operation. Hemce,there are a big problems about marketing. Since there are several problems concerning. The role of the governor must be provided facilities both natural resource and appropriate technology. The establish of agricultural sectors,dissemination technologt and quality improvement factor that affecting yield such as water source, fertilizer, variety, etc. Should be considered. The government shoud support the capital, marketing both local and export. The fermer or related person, however, must be acceped and participated in any activities. The secon was mention through Fertility Capability Classification system for evaluating soil management in rice and other agronomic crops. The purposes were studied for basic data. Basic computer program were used. The classification of top, subsoil and other variables under FCC system to transform rating score and then classified. The other data form the soil survey were used for planing land utilization. The conclusion of this studies indicated that most of area in Surin and Sisaket provinces was not appropriated for agriculture. The soil series at the 5th level for rice production was 87% or 85% for agronomic crops. Land utilization at 2rd, 3rd, 4th level were 0.74%, 7.66% and 7.08% respecpitely. For the agronomic crops of 3rd and 4th were 1.17 and 4.80 while vegetable and fruit crops was only 0.16 . The area was about 75.44% recommended that cannot be used for agriculture because there was limited of land utilization .So that it need to integrate the social, economic for supporting the FCC system . however, FCC system can be used for future studied.
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
Address: สุรินทร์
Created: 2539
Issued: 2548-09-01
งานวิจัย/Research report
application/pdf
tha
©copyrights มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
RightsAccess:
ลำดับที่.ชื่อแฟ้มข้อมูล ขนาดแฟ้มข้อมูลจำนวนเข้าถึง วัน-เวลาเข้าถึงล่าสุด
1 Title page.pdf 47.57 KB56 2025-06-11 12:25:07
2 Abstract.pdf 344.77 KB89 2024-06-28 11:55:31
3 Content.pdf 535.68 KB56 2024-06-18 13:12:07
4 Chapter 1.pdf 3.22 MB134 2024-11-11 11:13:04
5 Chapter 2.pdf 482.98 KB100 2024-12-18 12:17:32
6 Chapter 3.pdf 5.67 MB100 2025-09-30 15:22:23
7 Chapter 4.pdf 381.62 KB51 2024-02-29 18:58:20
8 Chapter 5.pdf 215.16 KB46 2024-02-29 18:58:28
9 Bibliography.pdf 150.04 KB45 2024-02-29 18:58:42
10 Appendix.pdf 3.59 MB104 2023-01-24 14:44:02
ใช้เวลา
0.054237 วินาที

วิเชียร ฝอยพิกุล
Title Contributor Type
การยอมรับแนวคิดเรื่องเกษตรอินทรีย์ของเกษตรกรชุมชนสวนผักบ้านท่าตะโก
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
วิเชียร ฝอยพิกุล
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
งานวิจัย/Research report
สถานการณ์ที่ดินและผลผลิตการเกษตรในช่วงปีเพาะปลูก 2518/19-2536/37 และการจำแนกศักยภาพดินโดยระบบจำแนกสมรรถนะความอุดมสมบูรณ์ของดินในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์และศรีสะเกษ
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
วิเชียร ฝอยพิกุล

งานวิจัย/Research report
สมดุลน้ำจากข้อมูลอากาศของประเทศไทยกับการวางแผนฤดูปลูกเพื่อการผลิตพืช
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
วิเชียร ฝอยพิกุล
สำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ
งานวิจัย/Research report
นาโนเทคโนโลยี
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
วิเชียร ฝอยพิกุล

บทความ/Article
สถานการณ์ที่ดินและผลผลิตการเกษตรในช่วงปีเพาะปลูก 2518/19-2536/37 และการจำแนกศักยภาพดินโดยระบบจำแนกสมรรถนะความอุดมสมบูรณ์ของดินในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์และศรีสะเกษ
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
วิเชียร ฝอยพิกุล

บทความ/Article
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 134
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 3,896
รวม 4,030 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 168,238 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 2,994 ครั้ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ = 130 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล = 22 ครั้ง
หน่วยงานอื่น = 1 ครั้ง
รวม 171,385 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.134
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.216.106