Abstract:
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทัศนคติของหัวหน้าครัวเรือนรอบอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ที่มีต่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อทัศนคติของหัวหน้าครัวเรือนรอบอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ที่มีต่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 360 ตัวอย่าง เป็นครัวเรือนที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในรัศมีห่างจากอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรไม่เกิน 3 กิโลเมตร โดยใช้การชักตัวอย่างแบบสุ่มเชิงเดียว ทำการเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูป สถิติที่ใช้คือ การแจกแจงความถี่ ค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ และการทดสอบความแตกต่างของค่าความแปรปรวนในประชากร (F-test)ผลการศึกษาพบว่าหัวหน้าครัวเรือนรอบอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรมีทัศนคติต่อการจัดการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรอยู่ในระดับปานกลาง โดยพบว่าระดับการศึกษา อาชีพ ประเภทการถือครองที่ดิน ภาระหนี้สิน และความรู้ความเข้าใจเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อทัศนคติที่มีต่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของหัวหน้าครัวเรือนรอบอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ส่วนปัจจัยที่ไม่มีอิทธิพลต่อทัศนคติต่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติได้แก่ รายได้ การรับรู้ข่าวสาร และการพึ่งพิงทรัพยากรธรรมชาติผลการศึกษาทัศนคติของหัวหน้าครัวเรือนรอบอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรนี้สามารถนำไปกำหนดแนวทางและวิธีการในการจัดการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรทั้งทางด้านทรัพยากรป่าไม้และทรัพยากรประมงให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมได้ โดยการให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการจัดการทรัพยากรแก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย เพื่อพัฒนาระดับทัศนคติที่ดีต่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ Objectives of this study were to investigate attitudes of household heads towards natural resource management, Mu Ko Chumphon National Park and to analyze factors influencing attitudes of these household heads. Samples used in the study were 360 household heads settled within 3 kilometers from Mu Ko Chumphon National Park boundary. The questionnaires were constructed, then employing simple random sampling procedure and were analyzed by SPSS program. Statistics used were frequency distribution, maximum and minimum values, mean, standard deviation, percentage and F-test for population variance.The study showed that household heads had attitudes towards Mu Ko Chumphon National Park management at middle level. Factors influencing attitudes of household heads were level of education, occupation, types of land ownership, debt and understanding of resource management. However, non-influential factors were income, information received and dependence on natural resources.The results of the study can be used to formulate guidelines for the management of Mu Ko Chumphon National Park, both in forest and fisheries resources, for maximizing social benefits by giving proper informations and knowledge on resource management to target groups thus develop good attitudes towards natural resource management.