Abstract:
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นการเรียนรู้ตามวิถีพุทธ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ตามเกณฑ์ประสิทธิภาพ 80/80 และเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและ หลังเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยหลักสูตรท้องถิ่นการเรียนรู้ตามวิถีพุทธ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนบ้านนาดี กลุ่มเครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษานาเยีย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 4 ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 จำนวน 30 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) ด้วยวิธีจับฉลาก
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย แบบสอบถามสำรวจความต้องการเกี่ยวกับหลักสูตรท้องถิ่น หลักสูตรท้องถิ่น แผนการจัดการเรียนรู้ และแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลักสูตรท้องถิ่นการเรียนรู้ตามวิถีพุทธ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 แบบปรนัยชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 50 ข้อ ซึ่งมี ค่าความยากง่ายตั้งแต่ .23 - .78 ค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ .22 - .80 และมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .88
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การหาประสิทธิภาพของหลักสูตรท้องถิ่น และการทดสอบค่า t
ผลการวิจัยพบว่า
1. หลักสูตรท้องถิ่นการเรียนรู้ตามวิถีพุทธ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีประสิทธิภาพ 86.05/85.11
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สอนด้วยหลักสูตรท้องถิ่นการเรียนรู้ตามวิถีพุทธ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หลังเรียนสูงกว่า ก่อนใช้หลักสูตรท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01
The purposes of this study were to develop local curriculum on the Local Learning the Way of Buddha in Social Studies Religion and Culture Strand for Prathom Suksa 5 students to evaluate the efficiency of the curriculum based on 80/80 criteria, and to compare the students achievement before and after using the curriculum.
The samples used in the study consisted of 30 Prathom Suksa 5 students, Ban Nadee School, under the jurisdiction of Ubon Ratchathani Educational Service Area Office 4, gained by the simple random sampling. The research tools consisted of local curriculum needs questionnaire, and learning achievement test. The test had difficulty indices ranged from .23 to .78, the discrimination indices ranged from .22 to .77, and the reliability value was .88.
The collected data were analyzed by using percentage, mean, standard deviation, and t-test.
The research findings were as follows :
1. The curriculum was efficient since the criteria were found at 86.05/85.11.
2. The students learning achievement after using the curriculum was significantly higher than that before using it at the .01 level.