แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

แรงจูงใจในการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของประชาชน : กรณีศึกษาในเขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี

ThaSH: การเลือกตั้ง
Classification :.DDC: 324.6
ThaSH: สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สามประการคือ (1) เพื่อศึกษาความรู้ความเข้าใจของประชาชนต่อการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (2) เพื่อศึกษาความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการะบวนการจัดการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้งมีประสิทธิภาพมากเพียงใด และ (3) เพื่อศึกษาความเชื่อมั่นในความสุจริตและเที่ยงธรรมต่อการจัดการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีความสุจริตและเที่ยงธรรมเพียงใด กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือ กลุ่มประชากรทั่วไป นักการเมืองท้องถิ่น ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 382 คน จากประชาชน 64 หมู่บ้าน ครอบคลุมพื้นที่ 20 ตำบล เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1. ประชาชนกลุ่มตัวอย่างมีเพศหญิง และเพศชายจำนวนใกล้เคียงกัน ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 18-45 ปี เคยไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ร้อยละ 95.3 2. กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ ความเข้าใจในสิทธิและหน้าที่ของตน ตลอดทั้งอำนาจหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภา 3. การบริหาร การจัดการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2549 ได้รับการยอมรับจากกลุ่มตัวอย่างมีประสิทธิภาพในระดับปานกลาง 4. การรณรงค์ และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ประชาชนกลุ่มตัวอย่างที่มีความเชื่อมั่นต่อประสิทธิภาพของคณะกรรมการการเลือกตั้งในระดับมาก 5. กระบวนการ การจัดการลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนกลุ่มตัวอย่างในระดับมาก ยกเว้นอุปกรณ์ที่ใช้ในการกาบัตร เช่น ปากกา และโต๊ะ ควรมีการปรับปรุงเพื่อไม่ให้เกิดบัตรเสีย 6. การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความเชื่อมั่นในความเป็นกลางต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งและบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในระดับมาก 7. พฤติกรรมกรหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาและผู้สนับสนุน (หัวคะแนน) กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เห็นว่าพฤติกรรมการหาเสียงส่อในทางทุจริตระดับปานกลางและยังเห็นว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้คะแนนมาก ได้รับการสนับสนุนจากนักการเมืองระดับชาติและพรรคการเมือง ข้อเสนอแนะ คณะกรรมการการเลือกตั้งควรมีการให้ความรู้ สร้างความเข้าใจกับประชาชนอย่างละเอียดชัดเจน ถึงบทบาท อำนาจหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภา สิทธิและหน้าที่ของประชาชนที่จำเป็นจะต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือไม่ไปใช้สิทธิ สิทธิของประชาชนที่จะต้องเสียไปหากไม่มีเหตุผลอันควรที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งควรปรับปรุงการบริหาร การจัดการ และควรเปิดโอกาสให้องค์กรเอกชนมีส่วนร่วมและควรเปิดโอกาสให้ผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาสามารถปราศรัยหาเสียงได้เพื่อป้องกันการพึ่งพานักการเมืองระดับชาติ และพรรคการเมือง The two purposes of this study were (1) to study the public confidence on the efficiency of the election management process conducted by the election committee (2) to study the public confidence on honesty and fairness in the election management process conducted by the election committee. The samplings to this study were 382 voters from 64 villages in Kantharalak district, Si Sa Ket province, consisting of villagers, local politicians, officers and national estate workers. The data were collected by the 5 scale-rating questionnaires and then analyzed to percentage (%), average , and standard deviation (S.D.) The research finding were as follows: 1. 95 percent of the sampling both male and female in approximately equal number-aged between 18-45 years old, had cast their votes. 2. The majority of the sampling had limited knowledge and understanding of their own rights, and also the responsibilities of the senators. 3. The efficiency of the 2006-election management conducted by the election committee was confidently accepted by the sampling at a fair level. 4. The efficiency of the election campaign and the election promotion was confidently accepted at an excellent level. 5. The reliability of the senate casting process was confidently accepted at an excellent level; except for the poor quality of the casting facilities that it should be improved to minimize bad vote castings. 6. The samplings were confident in the fairness and impartial of both the election officers and other involvers at an excellent level. 7. The behavior of the candidates and supporters in election campaign was likely to have cheated at a moderate level. In addition to the candidates who got high votes, it was suspicious that they may get support from national level politicians and political parties in forms of buying votes via local supporters. However, the use of gambling and lucky coupon was still minimal. In order to help the future elections be more efficient, the researcher had come up with some suggestions that the election committee should promote general public a better knowledge and understanding on the role and responsibility of senators. The right and responsibility of voters, and the political right limitation if voters, unreasonably, did not cast their votes, for instance. On the other hand, the election committee should improve the election management for higher efficiency and participation of private sectors in order to prevent and eliminate any frauds since the application stage onward by identifying a clear policy, responsibilities, and auditing activities for private organizations. The committee should also enhance relevant measurements on fraud prevention, and vote buying. The candidates should be authorized to run any election campaigns to directly win supports from the voters rather than relying on any national level politicians and their political parties.
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Address: อุบลราชธานี
Email: info.lib@ubru.ac.th
Role: ประธานกรรมการที่ปรึกษา
Created: 2551
Modified: 2553-08-11
Issued: 2553-07-12
Issued: 2553-07-12
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
tha
©copyrights มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
RightsAccess:
ลำดับที่.ชื่อแฟ้มข้อมูล ขนาดแฟ้มข้อมูลจำนวนเข้าถึง วัน-เวลาเข้าถึงล่าสุด
1 titel page.pdf 182.2 KB221 2024-12-11 15:44:27
2 abstract.pdf 310.84 KB220 2024-07-11 09:26:47
3 content.pdf 214.12 KB124 2024-12-11 15:44:05
4 chapter 1.pdf 615.51 KB275 2024-12-11 15:42:37
5 chapter 2.pdf 2.03 MB458 2024-12-09 23:01:12
6 chapter 3.pdf 283.49 KB173 2024-03-06 14:28:48
7 chapter 4.pdf 662.06 KB167 2024-03-22 15:29:44
8 chapter 5.pdf 371.46 KB160 2024-06-24 11:49:24
9 bibliography.pdf 343.13 KB170 2024-06-26 16:21:24
10 appendix.pdf 1.09 MB201 2024-12-11 15:41:45
11 biodata.pdf 133.53 KB120 2024-03-06 14:29:09
ใช้เวลา
0.049263 วินาที

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ประสิทธิ์ กุลบุญญา
Title Creator Type and Date Create
แรงจูงใจในการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของประชาชน : กรณีศึกษาในเขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ประสิทธิ์ กุลบุญญา
สมคิด ธนาพรพาณิชย์กุล
วิทยานิพนธ์/Thesis
การรับรู้และตีความเศรษฐกิจพอเพียงในมโนทัศน์ของชาวอีสาน
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชื่น ศรีสวัสดิ์;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ประสิทธิ์ กุลบุญญา
กมล ตั้งพูนผลวนิชย์
วิทยานิพนธ์/Thesis
กระบวนการจัดทำแผนพัฒนาสังคมแบบมีส่วนร่วม : กรณีศึกษาแผนพัฒนาสังคมจังหวัดอุบลราชธานี
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ประสิทธิ์ กุลบุญญา;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชื่น ศรีสวัสดิ์
อภิญญา ชมพูมาศ
วิทยานิพนธ์/Thesis
การพัฒนาคุณภาพการให้บริการของสำนักงานการขนส่งทางน้ำที่ 7 สาขาอุบลราชธานี
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จิตรกร โพธิ์งาม;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ประสิทธิ์ กุลบุญญา
ธีระวัฒน์ พวังคาม
วิทยานิพนธ์/Thesis
ความพึงพอใจของผู้รับบริการในการให้บริการของศูนย์บริการทางสังคมแบบมีส่วนร่วมตำบลขามใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จิตรกร โพธิ์งาม;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ประสิทธิ์ กุลบุญญา
ณัฏฐศศิ วงศ์จำปา
วิทยานิพนธ์/Thesis
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 8
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 1,843
รวม 1,851 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 143,356 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 279 ครั้ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ = 221 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเอกชน = 33 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล = 8 ครั้ง
หน่วยงานอื่น = 8 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสงฆ์ = 5 ครั้ง
สถาบันพระบรมราชชนก = 5 ครั้ง
รวม 143,915 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.134
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.216.87