การพัฒนาวัสดุดินผสมเชิงพาณิชย์สำหรับการผลิตกะเพรา
Development of commercial growing media for holy basil production
Abstract:
กะเพรา (Ocimum tenuiflorum) ถือเป็นพืชผักสมุนไพรที่ได้รับความนิยมในการบริโภคอย่างแพร่หลายในประเทศไทย แต่พบว่าการเพาะปลูกกะเพราในปัจจุบันที่ผลิตในพื้นที่กลางแจ้งเกิดปัญหาการแพร่ระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืช และเป็นเหตุให้จำเป็นต้องใช้สารเคมีปราบศัตรูพืชที่อาจส่งผลต่อการตกค้างของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ดังนั้นการปลูกกะเพราในโรงเรือนจึงถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยลดปัญหาความเสียหายที่เกิดจากการระบาดของศัตรูพืชได้ ทั้งนี้การจัดการวัสดุปลูกหรือวัสดุดินผสมถือเป็นเรื่องที่สำคัญและส่งผลต่อการเจริญเติบโตและคุณภาพผลผลิตของกะเพราโดยตรง ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรนิยมใช้วัสดุดินผสมทางการค้าตามท้องตลาด แต่วัสดุดินผสมเหล่านี้มักใช้ในพืชที่มีอายุการเก็บเกี่ยวที่สั้น ขณะที่กะเพราเป็นไม้ล้มลุกมีอายุการเก็บเกี่ยวที่ยาวนาน ดังนั้นการทดลองนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของวัสดุดินผสมที่แตกต่างกันต่อการเจริญเติบโตและคุณภาพผลผลิตสำหรับการผลิตกะเพรา โดยวางแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ (CRD) จำนวน 5 ซ้ำ 6 วัสดุดินผสม ได้แก่ T1: ดินการค้า (Control), T2: หน้าดิน: ใบก้ามปูหมัก: ฟิลเตอร์เค้ก: มูลไก่เก่า: ขุยมะพร้าว: แกลบดำ สัดส่วน 3:1:2:2:1:1 โดยปริมาตร, T3: หน้าดิน: ฟิลเตอร์เค้ก: มูลไก่เก่า: ขุยมะพร้าว: แกลบดำ สัดส่วน 3:2:2:1.5:1.5 โดยปริมาตร, T4: หน้าดิน: ฟิลเตอร์เค้ก: มูลไก่ใหม่: ขุยมะพร้าว: แกลบดำ สัดส่วน 3:2:2:1.5:1.5 โดยปริมาตร, T5: หน้าดิน: ฟิลเตอร์เค้ก: มูลไก่เก่า: มูลไก่ใหม่: ขุยมะพร้าว: แกลบดำ สัดส่วน 3:2:1:1:1.5:1.5 โดยปริมาตร เปรียบเทียบกับ T6: การปลูกในดิน โดยใช้ปุ๋ยมูลวัวอัตรา 800 กิโลกรัมต่อไร่ รวมกับปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งเป็นตัวแทนของวิธีเกษตรกร จากผลการศึกษาสมบัติทางกายภาพก่อนปลูกของวัสดุดินผสม พบว่า วัสดุดินผสม T2 และ T6 มีความหนาแน่นมากที่สุด เท่ากับ 0.81 และ 1.22 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่วัสดุดินผสม T4 มีความพรุนมากที่สุด คือเท่ากับ 70.98 เปอร์เซ็นต์ และสำหรับสมบัติทางเคมีของวัสดุดินผสมก่อนปลูก พบว่า วัสดุดินผสม T3 T4 และ T5 มีปริมาณไนโตรเจนทั้งหมดมากที่สุด ซึ่งมีค่าอยู่ในช่วง 0.78-0.89 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่วัสดุดินผสม T3 มีปริมาณฟอสฟอรัสมากที่สุด (0.30 เปอร์เซ็นต์) และวัสดุดินผสม T1 มีปริมาณโพแทสเซียมมากที่สุด (9.01 เปอร์เซ็นต์) เมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุดินผสมอื่น ๆ ในด้านการเจริญเติบโตและการให้ผลผลิต พบว่า วัสดุดินผสม T5 ทำให้กะเพราที่อายุ 180 วัน มีความสูงต้นมากที่สุด (47.24 เซนติเมตร) และพบว่าวัสดุดินผสม T5 และ T6 ทำให้กะเพรามีความกว้างพุ่มมากที่สุด เท่ากับ 47.86 และ 47.40 เซนติเมตร ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบว่า วัสดุดินผสม T3 และ T5 ทำให้กะเพรามีจำนวนกิ่งมากที่สุด เท่ากับ 42.40 และ 42.20 กิ่งต่อต้น ตามลำดับ อย่างไรก็ตามวัสดุดินผสม T3 ทำให้กะเพรามีน้ำหนักสดและน้ำหนักแห้งของส่วนเหนือดินมากสุดอย่างมีนัยสำคัญ คือมีค่าเท่ากับ 67.49 และ 8.20 กรัมต่อต้น โดยทำให้ได้น้ำหนักสดผลผลิตรวมทั้งหมดเท่ากับ 303.30 กรัมต่อต้น ในด้านคุณภาพผลผลิต พบว่า วัสดุดินผสม T3 และ T6 ทำให้กะเพราที่อายุ 180 วัน มีปริมาณคลอโรฟิลล์ทั้งหมดมากที่สุด เท่ากับ 1.10 ไมโครกรัมต่อกรัมน้ำหนักสด อย่างไรก็ตามหากพิจารณาที่ปริมาณผลผลิตและรายได้สุทธิ (รายได้จากการขายผลผลิต ต้นทุนการจัดการวัสดุดินผสม) จะเห็นได้ว่า วัสดุดินผสม T3 ที่ประกอบด้วย หน้าดิน: ฟิลเตอร์เค้ก: ขุยมะพร้าว: แกลบดำ: มูลไก่เก่า อัตราส่วน 3:2:1.5:1.5:2 โดยปริมาณ ทำให้กะเพรามีน้ำหนักสดผลผลิตรวมตลอดอายุ 180 วัน ดีที่สุด และได้รายได้สุทธิสูงที่สุด อีกทั้งยังคงทำให้ได้คุณภาพผลผลิตในด้านปริมาณคลอโรฟิลล์ทั้งหมดมากที่สุด จึงถือเป็นวัสดุดินผสมที่สามารถนำไปเผยแพร่ให้กับเกษตรกรที่ต้องการปลูกกะเพราที่มีอายุการเก็บเกี่ยวยาวนานและไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยในทุกรอบการเก็บเกี่ยว
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Role:
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม
©copyrights มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์