ความชุกของภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในผู้สูงอายุที่อาศัยในจังหวัดอุบลราชธานีและศรีสะเกษ
Prevalence of iron deficiency anemia in elderly residing in Ubon Ratchathani and Si Sa Ket province
Abstract:
ภาวะโลหิตจางยังคงเป็นปัญหาหลักทางสาธารณสุขที่สำคัญของผู้สูงอายุทั่วโลก เนื่องจากภาวะโลหิตจางมักไม่แสดงอาการจนกว่าจะถึงขั้นปานกลางถึงรุนแรง งานวิจัยแบบภาคตัดขวางโดยใช้ชุมชนเป็นฐานนี้ ได้รายงานความชุกของภาวะโลหิตจางและภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปที่อาศัยอยู่ในชนบทจังหวัดอุบลราชธานีและศรีสะเกษของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างของประเทศไทย เพื่อบ่งชี้ถึงสาเหตุของภาวะโลหิตจางซึ่งการขาดธาตุเหล็กถือเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งนอกเหนืองจากธาลัสซีเมียในภูมิภาคนี้ มีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 633 คน (457 คน เป็นผู้สูงอายุ) โดยเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อนำมาตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (complete blood count; CBC), C- reactive protein (CRP) และ serum ferritin ทุกราย องค์การอนามัยโลกได้กำหนดเกณฑ์ภาวะโลหิตจาง ในผู้หญิงและผู้ชาย คือผู้ที่มีค่าฮีโมโกลบิน <12 g/dL และ <13 g/dL ตามลำดับ เราใช้เกณฑ์ serum ferritin <30 μg/L คือผู้ที่มีภาวะขาดธาตุเหล็กซึ่งไม่อยู่ในช่วงที่ร่างกายมีภาวะการอักเสบและตรวจไม่พบ CRP (CRP negative) พบความชุกของโรคโลหิตจางในกลุ่มผู้สูงอายุสูงถึงร้อยละ 52.4 ซึ่งจะเพิ่มขึ้นตามช่วงอายุที่เพิ่มขึ้นเมื่อนับเฉพาะผู้สูงอายุที่มีผล serum ferritin และ CRP negative ได้จำนวน 443 คน แบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม คือ พบความชุกของผู้ที่ไม่มีภาวะโลหิตจางและไม่มีภาวะขาดธาตุเหล็ก, ผู้ที่ไม่มีภาวะโลหิตจางแต่ขาดธาตุเหล็ก, ผู้ที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก และผู้ที่มีภาวะโลหิตจางแต่ไม่ขาดธาตุเหล็ก คือร้อยละ 42.4, 0, 3.6 และ 53.5 ตามลำดับ
จากผลการทดสอบความสัมพันธ์โดยใช้ Chi-square test และ Odd ratio (95% Confident interval) สามารถสรุปได้ว่า พบความสัมพันธ์ระหว่างผู้ที่มีภาวะขาดธาตุเหล็กกับค่าดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดแดงต่าง ๆ เช่น ภาวะฮีโมโกลบินต่ำ, ภาวะฮีมาโตคริตต่ำ, ภาวะเม็ดเลือดแดงเล็กกว่าปกติ, ภาวะปริมาณฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงโดยเฉลี่ยต่ำกว่าปกติ, ภาวะความเข้มข้นของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงโดยเฉลี่ยต่ำกว่าปกติ และภาวะความไม่สม่ำเสมอของขนาดมีค่ามากกว่าปกติ ถึง 4.769 เท่า 5.146 เท่า 2.775 เท่า 3.784 เท่า 4.833 เท่า และ 4.864 เท่า อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ตามลำดับ อีกทั้ง พบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยของค่าดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดแดงต่าง ๆ รวมถึงค่า serum ferritin ด้วย เมื่อเทียบกับระหว่างกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มผู้ไม่สูงอายุมีการสำรวจความชุกของโรคโลหิตจางทั่วโลก พบประมาณร้อยละ 10-20 ในประชากรผู้สูงอายุในประเทศที่มีรายได้สูง และพบประมาณร้อยละ 38.2 ในผู้สูงอายุทั่วไปที่อยู่ในเมืองและชนบทในประเทศไทยงานวิจัยนี้พบความชุกของโรคโลหิตจางในผู้สูงอายุที่อยู่ในชนบทมากเทียบเท่าได้กับประชากรที่อาศัยอยู่ในสถานพยาบาลในประเทศที่ร่ำรวย ซึ่งอาจเกิดจากภาวะทุพโภชนาการในพื้นที่ชนบทที่มีรายได้ต่ำ การค้นพบของงานวิจัยนี้ไม่เพียงแต่ให้ข้อมูลสาเหตุหนึ่งที่สำคัญของโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในผู้สูงอายุที่อยู่ในชุมชนเท่านั้น แต่ยังให้ข้อมูลในการวางแผนมาตรการควบคุมโรคที่เหมาะสมได้
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. สำนักวิทยบริการ
©copyrights มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี