Abstract:
ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในกระบวนการก่อสร้างเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของโครงการ ปัจจัยความเสี่ยงและความไม่แน่นอนอาจส่งผลกระทบต่องบประมาณของโครงการ ระยะเวลาตามสัญญาและคุณภาพของงานก่อสร้าง รวมถึงการเกิดข้อพิพาทระหว่างหน่วยงาน งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อศึกษาปัจจัยความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อความสำเร็จของโครงการก่อสร้างอาคารชุด โดยรวบรวมข้อมูลผ่านแบบสอบถามจำนวน 266 ชุดที่ประเมินตามทัศนคติจากสถาปนิกและวิศวกรที่มีส่วนร่วม ทั้งจากผู้รับเหมาและที่ปรึกษาควบคุมงานในโครงการก่อสร้างอาคารชุดเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล การวิเคราะห์ T-Test และ One-Way ANOVA พบว่า ความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงจากทั้งสองฝ่ายไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ จากนั้นการศึกษาได้ประยุกต์การวิเคราะห์ปัจจัยเชิงสำรวจศึกษาตัวแปรด้านความเสี่ยง 35 ตัวแปร และสามารถจำแนกตัวแปรทั้งหมดได้เป็น 5 ปัจจัย คือ 1) ความเสี่ยงด้านการวางแผนและบริหารโครงการ 2) ความเสี่ยงด้านการเงินและสภาพพื้นที่โครงการ 3) ความเสี่ยงด้านสภาพแวดล้อม 4) ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและการเมือง 5) ความเสี่ยงด้านสัญญาก่อสร้าง นอกจากนี้การศึกษาได้ตรวจสอบค่าดัชนีความสำคัญสัมพัทธ์ของปัจจัยเหล่านี้ และสามารถเรียงลำดับค่าจากสูงสุดไปต่ำสุดได้ดังนี้ ด้านการวางแผนและบริหารโครงการ (RII = 63.022) ด้านการเงินและสภาพพื้นที่โครงการ (RII = 61.040) ด้านสัญญาก่อสร้าง (RII = 59.361) ด้านเศรษฐกิจและการเมือง (RII = 57.579) ด้านสภาพแวดล้อม (RII = 55.213) ตามลำดับ ผลที่ได้จากงานวิจัยนี้สามารถใช้เป็นแนวทางในการบริหารความเสี่ยงสำหรับโครงการก่อสร้างอาคารชุดในอนาคต
Risks and uncertainties occurred during the construction process are critical factors for the project success. They could affect the project budget, construction duration and quality, including disputes between involved parties. This research primarily aimed to study the risk factors affecting condominium construction project success. Attitudinal survey data were collected from both contractors and consultants through 266 questionnaires distributed to architects and engineers working in various condominium construction projects in Bangkok Metropolitan Region. From the T-Test and One-Way ANOVA analyses, the results revealed that risk factors opinions from both contractors and consultants were not significantly different. The exploratory factor analysis (EFA) was then applied to 35 risk variables. The EFA finally extracted 5 factors namely: 1) project planning and management risk 2) financial and site conditions risk 3) environmental risk 4) economic and political risk 5) construction contract risk. The study also investigated the relative important indexes (RII) for these factors. The results, ranking from the highest to lowest, were as followed: project planning and management (RII = 63.022), financial and site conditions (RII = 61.040), construction contract (RII = 59.361), economic and political (RII = 57.579) and environmental (RII = 55.213) respectively. Findings from this research can be used as a risk management guideline for future condominium construction projects.