ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลแบบประคับประคองของพยาบาลวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
The factors related to nurses behaviors in providing palliative care for patients with chronic obstructive pulmonary disease
Abstract:
การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับพฤติกรรมการดูแลแบบประคับประคองของพยาบาลวิชาชีพ ในการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ความรู้ ทัศนคติ และการรับรู้อุปสรรคในการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบประคับประคอง 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการดูแลแบบประคับประคองของพยาบาลวิชาชีพ ในการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ความรู้ในการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบประคับประคอง ทัศนคติในการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบประคับประคอง และการรับรู้อุปสรรคในการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบประคับประคอง กลุ่มตัวอย่างเป็นพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยอายุรกรรมสามัญ และหอผู้ป่วยอายุรกรรมพิเศษ ในโรงพยาบาลเขตพื้นที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขตสุขภาพที่ 4 จำนวน 336 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย 1) แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป 2) แบบประเมินความรู้ในการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบประคับประคอง 3) แบบประเมินทัศนคติในการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบประคับประคอง 4) แบบประเมินการรับรู้อุปสรรคในการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบประคับประคอง และ 5) แบบประเมินพฤติกรรมการดูแลแบบประคับประคองของพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไป ระดับของพฤติกรรมการดูแลแบบประคับประคองของพยาบาลวิชาชีพ ในการดูแลผู้ป่วย โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ใช้สถิติเชิงพรรณนา และหาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการดูแลแบบประคับประคองของพยาบาลวิชาชีพ ในการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง โดยใช้สถิติสหสัมพันธ์เพียร์สัน ผลการศึกษา กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงร้อยละ 97.6 มีอายุเฉลี่ย 35.02 ปี (S.D.=10.41) ปฏิบัติงานในวิชาชีพพยาบาลเฉลี่ย 12.55 ปี ส่วนใหญ่เคยมีประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง ร้อยละ 89.6 มีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมในการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบประคับประคองอยู่ในระดับปานกลาง (M=129.12, S.D.=26.07) ความรู้อยู่ในระดับมาก (M=31.30, S.D.=4.67) มีทัศนคติที่ดี (M=76.59, S.D.=7.53) และการรับรู้อุปสรรคในการดูแลอยู่ในระดับปานกลาง (M=66.70, S.D.=12.34) ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์พบว่า ความรู้และทัศนคติมีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมของพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบประคับประคองในระดับปานกลาง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = .301, p < 0.01 ; r = .332, p < 0.01ตามลำดับ) อย่างไรก็ตาม พบว่า การรับรู้อุปสรรคในการดูแลมีความสัมพันธ์ทางลบในระดับต่ำกับพฤติกรรมของพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบประคับประคองอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (r = -.16, p = 0.77) จากการศึกษาครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า การส่งเสริมความรู้และทัศนคติในการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบประคับประคอง อาจช่วยส่งเสริมให้พยาบาลมีพฤติกรรมการดูแลแบบประคับประคองในการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Role:
อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก
Role:
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม
©copyrights มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์