Abstract:
การพัฒนาการท่องเที่ยวถูกใช้เป็นเครื่องมือลดความขัดแย้งในการจัดการพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ด้วยความคาดหวังวาาการท่องเที่ยวจะเป็นการสร้างอาชีพทางเลือกหนึ่งสําหรับคนในชุมชน ท้องถิ่น ซึ่งกระบวนการพัฒนาการท่องเที่ยวจําเป็นต้องศึกษาความคิดเห็นของผู้มาเยือน เพื่อพัฒนา รูปแบบการท่องเที่ยวให้ตรงกับความต้องการของผู้มาเยือน การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาความคิดเห็นของผู้มาเยือนต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวในโครงข่ายการท่องเที่ยวป่าสงวน แห่งชาติป่าวังน้ําเขียว ป่าเขาภูหลวง จังหวัดนครราชสีมา โดยศึกษาใน 3 ด้าน ได้แก่ 1) การให้ความสําคัญกับองค์ประกอบการพัฒนาการท่องเที่ยว 2) ความสนใจกิจกรรมการท่องเที่ยว และ 3) ความเต็มใจจ่ายเพื่อสนับสนุนโครงการจัดทําเส้นทางจักรยานในโครงข่ายการท่องเที่ยวป่าสงวน แห่งชาติป่าวังน้ําเขียว ป่าเขาภูหลวง ทำการศึกษาโดยการเก็บแบบสอบถามจากผู้มาเยือนชาวไทยที่มาเยือนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่อุทยานแห่งชาติทับลาน เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า และ แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ในอำเภอวังน้ำเขียวจังหวัดนครราชสีมาจำนวน 929 ตัวอย่าง ทำการเก็บข้อมูลระหว่างเดือนมิถุนายน ถึง เดือนธันวาคม พ.ศ. 2558 ผลการศึกษาพบว่า ผู้มาเยือนส่วนใหญ่ ให้ความสำคัญกับองค์ประกอบการพัฒนาการท่องเที่ยวด้านการยอมรับของคนในท้องถิ่นมากที่สุด สำหรับความสนใจกิจกรรมการท่องเที่ยว จากการวิเคราะห์ปัจจัยสามารถจัดกลุ่มกิจกรรมการท่องเที่ยวตามความสนใจของผู้มาเยือนได้ 5 กลุ่ม โดยเรียงตามลำดับความสนใจ คือ 1) กิจกรรมการท่องเที่ยวเพื่อชื่นชมธรรมชาติ 2) กิจกรรมการท่องเที่ยวเน้นการพักผ่อนหย่อนใจ 3) กิจกรรม การท่องเที่ยวเพื่อเรียนรู้ทรัพยากรป่าไม้ 4) กิจกรรมกีฬาและนันทนาการกลางแจ้งและศึกษาธรรมชาติและ 5) กิจกรรมการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ในส่วนของความเต็มใจจ่ายเพื่อสนับสนุนโครงการจัดทําเส้นทางจักรยานในโครงข่ายการท่องเที่ยวป่าสงวนแห่งชาติป่าวังน้ําเขียว ป่าเขาภูหลวง พบว่า ผู้มาเยือนมีความเต็มใจจ่ายเฉลี่ย 455 บาทต่อ คนต่อปี สําหรับการพัฒนาการท่องเที่ยวในอนาคตควรเปิดโอกาสให้คนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยว เพื่อก่อให้เกิดการยอมรับของคนในท้องถิ่น และส่งเสริมให้มีกิจกรรมการ ท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้มาเยือน คือ กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ กิจกรรม การท่องเที่ยวกีฬานันทนาการกลางแจ้ง และกิจกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชน รวมทั้งควรศึกษาการ เก็บค่าธรรมเนียมที่เหมาะสมในการประกอบกิจกรรมการท่องเที่ยวในอนาคต รวมไปถึงแนวทางการ กระจายผลประโยชน์สู่ชุมชนท้องถิ่น
The tourism development is used as a tool to reduce the conflict in the management of the forest reserve with the expectation that the tourism will generate alternative occupations for the people in the local community. For the tourism development process, the study of visitors opinions is essential to develop a form of tourism to match with the need of the visitors. Therefore, this study objected to investigate the opinions of visitors toward tourism development in three categories: 1) prioritizing the tourism development components, 2) identifying preferred tourist activities, and 3) estimating the willingness to pay to support a bike way project in the Pha Wang Nam KhiaoPha Khao Phu Luang Forest Reserve Tourism Network, Nakhon Ratchasima Province. A sample of 929 Thai respondents was collected from Khao Yai National Park, Thab Lan National Park, Khao Paeng Ma Non-hunting Area, and Wang Nam Khiao District, during June to December 2015. The results showed that most visitors prioritized the highest attention to the tourism development factor relating to the acceptance of the local people. According to factor analysis, tourism activities could be categorized as five activity groups: 1) nature appreciation, 2) relaxation, 3) forest-based, 4) sport and outdoor recreation and nature learning, and 5) community-based, respectively. For the willingness to pay to support a bike way project, the result presented that an average amount was 455 baht per person per year. For the tourism development in the future, local participation in tourism development will be needed to support the acceptance of the local people. For tourism activities, ecotourism activities, outdoor sport recreation and community - based tourism activities should be promoted to support visitors interest. For future research, tourism fee collection methods and appropriate amount should be studied. Additionally, fair and equitable benefit sharing to local communities is one of issues of concern.