Abstract:
การแล่นประสานถูกนำมาใช้ในการประกอบชิ้นส่วนเหล็กชุบสังกะสี ด้วยข้อเด่นคือเกิดความร้อนขึ้นน้อยกว่าการเชื่อมไฟฟ้าแบบทั่วไป แต่อย่างไรก็ตามความร้อนในกระบวนการแล่นประสานที่เกิดขึ้น ยังสามารถทำให้สังกะสีเกิดการระเหยออกไปได้บางส่วน และส่งผลต่อความสามารถในการต้านทานการกัดกร่อนของผิวชิ้นงาน แต่หากควบคุมตัวแปรที่ส่งผลต่อความร้อนเข้าก็สามารถควบคุมความร้อนที่เกิดขึ้นในกระบวนการได้เช่นกัน ดังนั้นในงานวิจัยนี้จึงได้ทำการศึกษาอิทธิพลของกระแสเชื่อมในการแล่นประสานเหล็กชุบสังกะสี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของกระแสเชื่อมที่ใช้ในการแล่นประสาน ที่ส่งผลต่อสมบัติทางกลและสมบัติการกัดกร่อน ของแนวแล่นประสาน และบริเวณที่ได้รับผลกระทบทางความร้อน ข้อมูลที่ได้สามารถนำไปประเมินความแข็งแรงของชิ้นส่วน อายุการใช้งาน และการป้องกันการกัดกร่อนต่อไป ในการทดลองใช้ชิ้นงานเป็นเหล็กชุบสังกะสี แล่นประสานเข้าด้วยกันในลักษณะซ้อนเกยด้วยระบบอัตโนมัติ โดยใช้กระแสเชื่อมในช่วง 70 A ถึง 95 A การแล่นประสานเกิดขึ้นภายใต้การบรรยากาศอาร์กอน แนวแล่นประสานผ่านการตรวจสอบด้วยสายตา ชิ้นงานถูกนำไปทดสอบความแข็งแรงของแนวแล่นประสานด้วยเครื่องทดสอบสมบัติทางกลของวัสดุ ผลที่ได้แสดงให้เห็นว่าความแข็งแรงของชิ้นงานมีค่าใกล้เคียงกันเมื่อกระแสมีค่าเปลี่ยนไปเครื่องสเปกโตรมิเตอร์แบบกระจายพลังงานใช้เพื่อตรวจสอบการระเหยไปของชั้นสังกะสีในบริเวณที่ได้รับผลกระทบทางความร้อนจากผลการทดลองพบว่าที่กระแสเชื่อมในการแล่นประสานสูงขึ้นมีแนวโน้มการระเหยของชั้นสังกะสีมากขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการต้านทานการกัดกร่อนของผิวชิ้นงาน ความสามารถในการต้านทานการกัดกร่อนทดสอบด้วยเทคนิคโพลาไรเซชัน จากการทดสอบพบว่าศักย์ไฟฟ้ากัดกร่อนของผิวบริเวณที่ได้รับผลกระทบทางความร้อนมีค่าเพิ่มขึ้นและมีกระแสกัดกร่อนที่ลดลง
Brazing process was developed and applied for galvanized steel, parts in automotive industry. Nevertheless, low heat in put in brazing process still can cause some zinc evaporation which related to corrosion properties. Optimization of brazing process to reach maximum corrosion resistance is required in this industry. In this study, we observed the welding currents that affect the mechanical and chemical properties of brazing seam and heat affected zone in galvanized steel. Resulted obtained will further use for material strength, life time, and corrosion protection evaluation. Each of galvanized steel parts was automated brazing together in a lap joint form under argon (Ar) atmosphere, with 70A-95A current range. Brazing seam was visually observed and strength testing with Universal Testing Machine (UTM). We detected the similar strength level in each samples even changed the current. Energy Dispersive X-ray Spectrometer (EDS) was used for measure zinc evaporation amount in heat affected zone. The results showed that increasing of welding current directly related with zinc evaporation amount which affected the corrosion properties. Polarization technique was used for analyzed corrosion resistance in brazed galvanized steel. Corrosion resistance showed lower on heat affected zone when increased the welding current. Together, we proposing that it is recommend using lower welding current in brazing of galvanized steel for maintaining corrosion resistance.