Abstract:
แม้ฟาร์มสุกรประเทศไทยจะมีการใช้วัคซีน PRRSV MLV ชนิด NA มานานกว่า 6 ปี แต่ฟาร์มสุกรเหล่านั้นโดยเฉพาะสุกรขุนยังสามารถแยกเชื้อ PRRSV ทั้งสองชนิดได้อย่างต่อเนื่อง การศึกษาครั้งนี้จึงมุ่งเน้นการศึกษาจลนะและแหล่งกำเนิดของ PRRSV ด้วยการวางแผนเก็บตัวอย่างในฟาร์มสุกรแม่พันธุ์และขุนนาน 16 เดือน รวมถึงการประเมินปัจจัยเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อ PRRSV ผล การศึกษาสามารถแยกเชื้อ PRRSV ได้ทั้งสองชนิด โดยชนิด EU ที่เป็นสายพันธุ์เดียวกันนั้นต่างมาจาก สุกรแม่พันธุ์แหล่งเดียวกัน บ่งชี้ว่าสุกรแม่พันธุ์อาจเป็นแหล่งกำเนิดของเชื้อ PRRSV อย่างไรก็ตาม PRRSV ชนิด NA ที่แยกได้นั้นมีทั้งสายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกับสายพันธุ์ที่เคยระบาดในพื้นที่ และสายพันธุ์ที่ต่างกับจากสายพันธุ์ที่เคยระบาดในพื้นที่และมีความรุนแรงสูง โดยสายพันธุ์ดังกล่าวมีลำดับนิวคลีโอไทด์ส่วน ORF5 เหมือนกับไวรัสวัคซีนน้อยกว่า 87% และรูปแบบการขาดหายไปของกรดอะมิโนส่วน Nsp2 ที่แตกต่างจากสายพันธุ์ NA อื่นที่เคยระบาดในประเทศไทย ผลการประเมินปัจจัยเสี่ยงที่ลดการแพร่กระจายของเชื้อ PRRSV ระหว่างฟาร์มพบว่าหากงดใช้อุปกรณ์การเลี้ยงร่วมกับสุกรป่วย, พัก โรงเรือนอย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ฆ่าเชื้อก่อนนำสุกรชุดใหม่เข้ามาเลี้ยง และจอดรถขนส่งอาหารสัตว์ในบริเวณที่ฟาร์มกำหนดไว้ โดยห่างจากโรงเรือนเลี้ยงสัตว์เป็นประจำจะสามารถลดการแพร่กระจายของ PRRSV ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.05) และเมื่อพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ยานพาหนะทุกชนิดอย่างทั่วถึงก่อนออกนอกเขตฟาร์มเพียงบางครั้งก็สามารถลดการแพร่กระจายของ PRRSV ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.05) การศึกษาในครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นว่าวัคซีนที่ใช้อยู่ ในปัจจุบันไม่สามารถป้องกันสุกรจากการติดเชื้อ PRRSV ได้ โดยสุกรแม่พันธุ์และรถขนส่งอาจเป็น แหล่งกำเนิดและแหล่งแพร่กระจายเชื้อ PRRSV ระหว่างฟาร์มสุกร ดังนั้นระบบความปลอดภัยทาง ชีวภาพที่ดีจะสามารถลดความเสี่ยงการแพร่กระจายของเชื้อ PRRSV ได้
Modified-live virus vaccine (MLV) has been routinely applied in the studied farms for six years. However, both European (EU) and North American (NA) types of PRRSVs were still around in the finishing farms. In this study, we investigated dynamics and sources of PRRSVs by collecting samples from sows in breeding farms and monitoring pigs in the finishing farms every month for 16 months. The risks of PRRSV distribution were evaluated. The results showed that both PRRSV genotypes were detected in the studied farms. The piglets infected with similar EU strains were from the same parent stock indicating sows as the infection sources. However, most NAPRRSVs detected in the finishing pigs were related to the endemic strains found previously. One epidemic outbreak caused by NA-PRRSV has emerged during the study period. The epidemic PRRSVs possess ORF5 containing less than 87% nucleotide similarity with the MLV and a unique deletion pattern in Nsp2. Risk assessment revealed the factors associated with transmission reduction of PRRSV among farms. The regular practices, including separation of utensils between normal and sick animals, parking vehicles away from the feedlots and vacating house before the new cycle, significantly reduced the risks of PRRSV transmission (p < 0.05). Spraying vehicles reduced PRRSV transmission among farms (p < 0.05). Our results indicate that vaccination did not prevent PRRSV infection. Sources of infection may be from sows, vehicles, circulating PRSSVs or epidemic outbreaks. Good biosecurity can decrease the risks of PRRSV transmission.