แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

แนวทางการสร้างความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนต่อการบริหารงานโรงเรียนขยายโอกาส สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 3 ตามหลักสาราณียธรรม 6

Organization : ผู้วิจัย
keyword: การสร้างความพึงพอใจ
; ผู้ปกครองนักเรียน
; โรงเรียนขยายโอกาส
; ประถมศึกษานครสวรรค์
; หลักสาราณียธรรม 6
Abstract: การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนต่อการบริหารงานโรงเรียนขยายโอกาส สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 3 2) เปรียบเทียบความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนต่อการบริหารงานโรงเรียนขยายโอกาส สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 3 และ 3) เสนอแนวทางการสร้างความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนต่อการบริหารงานโรงเรียนขยายโอกาส สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 3 ตามหลักสาราณียธรรม 6 ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมวิธี โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง เป็นผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาส จำนวน 364 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามประมาณค่า 5 ระดับ ที่มีค่าระดับความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.96 แล้ววิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน แล้วเปรียบเทียบการทดสอบสมมติฐานโดยการทดสอบค่า t-test และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One Way ANOVA) ส่วนระยะที่ 2 เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง โดยเก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 9 รูป/คน แล้ววิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพการความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนต่อการบริหารงานโรงเรียนขยายโอกาส สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 3 โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านการบริหารงานบุคคล มีค่าเฉลี่ยสูงสุด อยู่ในระดับมาก รองลงมา คือ ด้านการบริหารงานงบประมาณ อยู่ในระดับมาก ส่วนด้านการบริหารงานทั่วไป มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด อยู่ในระดับมาก 2. ผลการเปรียบเทียบความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนต่อการบริหารงานโรงเรียนขยายโอกาส สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 3 โดยจำแนกตามเพศ ระดับการศึกษา และอาชีพ พบว่า ผู้ปกครองที่มีเพศ และอาชีพต่างกันมีระดับความพึงพอใจไม่แตกต่างกัน ส่วนผู้ปกครองที่มีระดับการศึกษาต่างกันมีระดับความพึงพอใจต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 จึงยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว้ 3. แนวทางการสร้างความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนต่อการบริหารงานโรงเรียนขยายโอกาส สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 3 ตามหลักสาราณียธรรม 6 พบว่า 1) ด้านการบริหารวิชาการ ผู้บริหารควรบริหารงานเน้นหลักการมีส่วนร่วม จัดประชุมผู้ปกครองเพื่อรับฟังความคิดเห็น ความต้องการ มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือพัฒนาโรงเรียน จัดทำหลักสูตรให้ตรงตามความต้องการ ส่งเสริมให้ครู คิดค้น พัฒนานวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ และมีความรัก ความเมตตา ต่อเด็กทุกคนอย่างเท่าเทียม 2) ด้านการบริหารงานงบประมาณ ผู้บริหารควรบริหารงบประมาณด้วยความโปร่งใส วางแผนการใช้งบประมาณอย่างมีส่วนร่วม ควรจัดสรรงบประมาณตามความเป็นจริง กระจายอำนาจการบริหารงบประมาณไปในแต่ละงานอย่างเท่าเทียม คำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้นกับตัวของผู้เรียนเป็นสำคัญ 3) ด้านการบริหารงานบุคคล ผู้บริหารควรมีการระดมทรัพยากรจากชุมชน ควรพัฒนาตนเองให้มีทักษะด้านการสื่อสาร รู้จักพูดเพื่อเป็นสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติหน้าที่ของครู ควรจัดกิจกรรมร่วมกันคิดวางแผนพัฒนาทำในสิ่งที่มีประโยชน์ต่อโรงเรียน ควรจัดสรรสวัสดิการ หรือสนับสนุนครูและบุคลากรตามความเหมาะสม ส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูและบุคลากรได้ไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม 4) ด้านการบริหารงานทั่วไป ผู้บริหารควรให้ ครู บุคลากร และนักเรียนร่วมกันรับผิดชอบดูแล สภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ ควรสร้างความร่วมมือร่วมใจสถานศึกษาและชุมชน ควรยึดหลักความสามัคคี การทำงานเป็นทีม มอบหมายหน้าที่อย่างชัดเจน
Abstract: The study consisted of the following objectives: 1) to investigate parental satisfaction toward the management of opportunity expansion schools under Nakhon Sawan Primary Educational Service Area Office 3; 2) to compare parental satisfaction toward the management of opportunity expansion schools under Nakhon Sawan Primary Educational Service Area Office 3; and 3) to propose the guidelines for enhancing parental satisfaction toward Sārāṇiyadhamma-based management of opportunity expansion schools under Nakhon Sawan Primary Educational Service Area Office3. The study used a mixed method research approach and was conducted in two phases, the first of which involved collecting quantitative data from a sample group of 364 parents of students enrolled in opportunity expansion schools. The research instrument was a 5-point Likert scale questionnaire with a reliability of 0.96. The acquired data were analyzed by using frequency, percentage, mean, standard deviation, t-test, and One Way ANOVA. The second phase involved collecting qualitative data with 9 key informants by using semi-structured interview form. The obtained data were analyzed by mean of content analysis. From the study, the following findings are found: 1) The conditions of parental satisfaction toward the management of opportunity expansion schools under Nakhon Sawan Primary Educational Service Area Office 3 overall at a high level. When each aspect is considered, personnel management is found to be at a high level. followed by budget management at a high level, and general management at a high level but with the lowest mean. 2) The comparison of parental satisfaction toward the management of opportunity expansion schools under Nakhon Sawan Primary Educational Service Area Office 3 classified by genders, educational levels, and occupations, the findings discovered as follows: parents with different genders and occupations do not have different satisfaction, and parents with different educational levels have different satisfaction with a statistical significance at 0.01 level, accepting the null hypothesis. 3) The guidelines for enhancing parental satisfaction toward Sārāṇi yadhamma-based management of opportunity expansion schools under Nakhon Sawan Primary Educational Service Area Office 3 are as follows: (1) On academic administration, in which administrators should emphasize the participatory principle by organizing meetings where parents can express their opinions, requirements, and participate in the development of the school. Administrators should also develop curriculum based on the requirements of students, encourage teachers to develop innovation in learning management, and show loving-kindness and compassion to all students equitably; (2) On budget management, in which administrators should manage budgets transparently, plan budgets based on participatory principles, allocate budgets based on reality, give budget management authority to each department equitably, and consider the impact on students; (3) On personnel management, in which administrators should mobilize community resources, improve their communication skills, have speaking skills in order to motivate teachers with their performance, co-plan activities and implement actions that are beneficial to schools, allocate funds for welfare, and assist teachers and personnel in acquiring additional knowledge; and (4) On general management, in which administrators should allow teachers, personnel, and students to be responsible together to care for the environment so that it contributes to learning and cooperation, while schools and communities should be in harmony, work as a team, and clearly assign work and responsibilities.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. ส่วนหอสมุดกลาง
Address: พระนครศรีอยุธยา
Email: library@mcu.ac.th
Role: อาจารย์ที่ปรึกษา
Role: อาจารย์ที่ปรึกษา
Created: 2564
Modified: 2023-07-10
Issued: 2566-05-10
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
tha
©copyrights มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
RightsAccess:
ลำดับที่.ชื่อแฟ้มข้อมูล ขนาดแฟ้มข้อมูลจำนวนเข้าถึง วัน-เวลาเข้าถึงล่าสุด
1 5MnqFlh8p7ETxcKn6t7PTMAFscnnei0DK22JRWuk.pdf 11.44 MB40 2025-12-28 16:57:19
ใช้เวลา
0.032541 วินาที

ผศ. ดร.ปฏิธรรม สำเนียง
รศ. ดร.วรกฤต เถื่อนช้าง
Title Creator Type and Date Create
แนวทางการบริหารงานบุคคลตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา ในอำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระราชวชิรเมธี, ผศ.ดร. ; รศ. ดร.วรกฤต เถื่อนช้าง
ธัญญลักษณ์ ต่วนชะเอม
วิทยานิพนธ์/Thesis
แนวทางการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำในศตวรรษที่ 21 ตามหลักทุติยปาปณิกสูตร ของผู้บริหารโรงเรียนในกลุ่มโรงเรียนฟ้าอุดม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 3
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
รศ. ดร.วรกฤต เถื่อนช้าง ;รศ. ดร.ประเทือง ภูมิภัทราคม
พรพิมล แก้วอ่อน
วิทยานิพนธ์/Thesis
แนวทางพัฒนาการปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพครูด้วยหลักไตรสิกขาของครูกลุ่มโรงเรียนปางมะค่า จังหวัดกำแพงเพชร
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
รศ. ดร.วรกฤต เถื่อนช้าง ;พระครูศรีสุธรรมนิวิฐ, รศ.ดร.
สิริพร พิมพ์สิงห์
วิทยานิพนธ์/Thesis
แนวทางการสร้างความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนต่อการบริหารงานโรงเรียนขยายโอกาส สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 3 ตามหลักสาราณียธรรม 6
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ผศ. ดร.ปฏิธรรม สำเนียง ; รศ. ดร.วรกฤต เถื่อนช้าง
อังคณา ปั้นพิพัฒน์
วิทยานิพนธ์/Thesis
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 0
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 4,928
รวม 4,928 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 188,961 ครั้ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ = 11 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 10 ครั้ง
หน่วยงานอื่น = 3 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล = 2 ครั้ง
รวม 188,987 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.134
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.216.25