แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมและจิตวิทยาเชิงบวกที่มีต่อสุขภาวะองค์รวมแนวพุทธของครอบครัวในชุมชนอาคารสูง เขตกรุงเทพมหานคร

Organization : ผู้วิจัย

Organization : ผู้วิจัย
keyword: ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม
; จิตวิทยาเชิงบวก
; สุขภาวะองค์รวมแนวพุทธ
; ครอบครัวในชุมชนอาคารสูง
; ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ
Abstract: การวิจัยนี้จุดมุ่งหมาย 1) เพื่อศึกษาสภา พบริบทปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมและจิตวิทยาเชิง บวกที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะองศ์รวมแนวพุทธของครอบครัวในชุมชนอาคารสูง 2) เพื่อวิเคราะห์ปัจจัย ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุด้านสภาพแวดล้อมและจิตวิทยาเชิงบวกที่มีต่อสุขภาวะองค์รวมแนวพุทธของ ครอบครัวในชุมชนอาคารสูง 3) เพื่อนำเสนอรูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม และจิตวิทยาเชิงบวกที่มีต่อสุขภาวะองค์รวมแนวพุทธขอ งครอบครัวในชุมชนอาคารสูง การวิจัยเป็นแบบผสานวิธี โดยใช้วิธีวิจัยปริมาณขยายผลวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูล เชิงคุณภาพ จากคู่สมรสที่อาศัยในอาคารสูงในเขตกรุงเทพมหานคร ครอบครัวคู่สมรส จำนวน 15 คู่ จำนวน 30 คน และเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ ด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่าย กลุ่มตัวอย่างครอบครัวที่อาศัยใน อาคารสุดประกอบด้วย เพศหญิง 184 คน เพศชาย จำนวน 176 คน จำนวน 360 คน เครื่องมือที่ใช้ ในการเก็บรวบรวมข้อมูลได้แก่ แบบสัมภาษณ์, แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ร้อยละ (percentage) ค่าเฉลี่ย (mean) และค่เยี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation) กราฟ และสถิติเชิงอนุมานได้แก่ สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน (Pearson's correlation) และสหสัมประสิทธิ์ การถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Coefficients) โดยการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบ ขั้นตอน (Stepwise Multiple Regression Analysis) และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลวิจัยพบว่า 1. สภาพบริบทด้านสภาพแวดล้อมและจิตวิทยาเชิงบวก พบว่า 1.1 ปัจจัยบริบท สภาพแวดล้อม ประกอบด้วย 1. วีธีการดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครัว ได้แก่ 1) การดูแลสุข ภาวะทางกาย ได้แก่ (1) การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ (2) การออกกำลังกาย และ (3) การ พักผ่อนต่างจังหวัด 2) การดูแลสุขภาวะทางใจ ได้แก่ การสวดมนต์และนั่งสมาธิ 3) การใช้หลักธรรม ทางพระพุทธศาสนาในการดำเนินชีวิต ได้แก่ (1) หลักศีล 5 (2) หลักอริสัจ 4 (3) หลักฆราวาสธรรม 4 และ (4) หลักสังคหวัดถุ 4 4) ความภูมิใจที่ตนเองมีคุณค่าต่อครอบครัวและสังคม ได้แก่ ความรู้สึก ภูมิใจที่ได้ดูแลครอบครัวดี และไม่เคยเบียดเบียน สร้างความเดือดร้อนต่อสังคม 2.วิธีการส่งเสริม ความสุขในอยู่ร่วมกันของครอบครัว คือ การสร้างกิจกรรมของครอบครัว และ 3. การมีส่วนร่วมสร้าง ชุมชนมีสุข ได้แก่ 1) เคารพกฎเกณฑ์ข้อบังคับและดูแลรักษาทรัพย์สินส่วนรวม 2) ประพฤติตนไม่ เบียดเบียนผู้อื่นและสังคม 3) การช่วยเหลือและเกื้อกูลกัน 4) กิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมให้อยู่ร่วมกันใน อาคารชุด 1.2 ปัจจัยทางจิตวิทยาเชิงบวกที่เกียวข้องกับสุขภาวะองค์รวม เป็นการสร้างความสุขด้วย การปรับความคิดให้การคิดบวก และประยุกต์ใช้เข้ากับหลักการที่ช่วยดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิต ไปด้วยนำไปสู่การส่งเสริมให้เกิดสุขภาวะที่ดีตามมา ประกอบด้วย (1) การ่รู้จักให้อภัยซึ่งกันและกัน (2) การเปิดใจพูดคุยกัน (3) ความอดทน อดกลั้นต่อการแก้ปัญหาครอบครัว (4) ความรักและความ เมตตาต่อกัน และ (5) การมีสติและความรอบคอบในการแก้ปัญหา 1.3 แนวทางการส่งเสริมสุขภาวะ องค์รวมในการอาศัยอยู่ร่วมกันในอาคารชุด ได้แก่ ด้านสุภาวะทางกาย ได้แก่ กิจกรรมส่งเสริมการ ออกกำลังกาย ด้านสุขภาวะทางสังคม ได้แก่ เน้นการพูดคุยอย่างจริงใจไม่ใส่ความ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับกิจ ธุระของผู้อื่น ด้านสุขภาวะทางจิต ได้แก่ มีการเชิญชวนให้มาฟังพระเทศน์กัน โดยการนิมนต์พระ นักเทศน์ที่มีชื่อเสียงมาที่อาคารชุด และด้านสุขภาวะทางปัญญา ได้แก่ การเชิญวิทยากรมาให้ความรู้ ด้านต่างๆ เพื่อ เพิ่มพูนสติปัญญา ความรู้ ความสามารถมาก็ขึ้นได้ 2. ปัจจัยด้านครอบครัวเป็นสุขมีความสัมพันธ์กับสุขภาวะองค์รวมแนวพุทธทุกด้าน และ ด้านที่มีความสัมพันธ์สูงที่สุดคือ ด้านสุขภาวะทางปัญญา โดยมีค่าสัมประสิทธิสหสัมพันธ์เพียร์สัน เท่ากับ 616 อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 01 หมายความว่า ผู้อาศัยอาคารสูงที่มีครอบครัวเป็นสุขสูงจะ มีสุขภาวะองค์รวมแนพุทธ ด้านสุขภาวะทางปัญญาสูง และพบว่าและพบความสัมพันธ์ระหว่าง ชุมชนเป็นสุขกับสุขภาวะองค์รวมแนวพุทธทุกด้าน อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 01 โดยมีค่าสัมประสิทธิ สหสัมพันธ์เพียร์สันเท่ากับ 454 ** .598** .453** และ .550 ** ตามลำดับ ซึ่งสุขภาวะองค์รวมแนว พุทธทางสังคมมีความสัมพันธ์สูงที่สุดหมายความว่า ผู้อาศัยอาคารสูงที่ชุมชนเป็นสุขสูงจะมีสุขภาวะ องค์รวมแนวพุทธทุกด้านสูง สำหรับจิตวิทยาเชิงบวก ด้านมองโลกในแง่ดี มีความสัมพันธ์กับ ครอบครัวเป็นสุข ชุมชนเป็นสุข และสุขภาวะองค์รวมทุกด้าน อย่างมีนัยสำคัญที่ ระดับ 01 โดยมีค่าสัม ประสิทธิสหสัมพันธ์เพียร์สันเท่ากับ 526** 480** 477** 543**.547** และ .491"* ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ที่เคยเข้าร่วมกิจกรรมทงพระพุทธศาสนาในอาคารชุด จะมีคะแนนสุขภาวะองค์ รวมแนวพุทธอยู่ในระดับดี 3. รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมและจิตวิท ยาเชิงบวกที่มีต่อ สุขภาวะองค์รวมแนวพุทธของครอบครัวในชุมชนอาคารสูงสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ เมื่อ พิจารณาการทำนายของตัวแปรอิสระทั้ง 6 ตัว ได้แก่จิตวิทยาเชิงบวกรายด้าน ได้แก่ การรับรู้ ความสามารถของตนเอง ความหวัง มองโลกในแง่ดี ความหยุ่นตัว ตัวแปรครอบครัวเป็นสุข และตัว แปรชุมชนเป็นสุขพบผลว่า ตัวทำนายทั้ง 4 ตัว การรับรู้ความสามารถของตนเองความหยุ่นตัวตัวแปร ครอบครัวเป็นสุข และตัวแปรชุมชนเป็นสุข ร่วมกันทำนายสุขภาวะองค์รวมแนวพุทธโดยมีปริมาณการ ทำนายอยู่ระหว่างร้อยละ 64.00 ถึง ร้อยละ 75.40 มีตัวทำนายสำคัญ ได้แก่ การรับรู้ความสามารถ ของตนเองความหยุ่นตัว ตัวแปรครอบครัวเป็นสุข และตัวแปรชุมชนเป็นสุข ค่าเบต้า .372 .315 .245 และ .110 ตามลำดับ สำหรับสมการในการทำนายสุขภาวะองค์รวม แนวพุทธในภาพรวม และกลุ่ม เพศ เมื่อใส่ตัวแปรอิสระทุกตัวเข้าไปทำนาย โดยกำหนดให้ 1) การรับรู้ความสามารถของตนเอง (Self Efficacy: SE) 2) ความหวัง (Hope)3) มองโลกในแง่ดี ( optimistic) 4) ความหยุ่นตัว
Abstract: The objectives of this research were 1) to study the contexts of environment and positive psychology factors towards Buddhist holistic health of families in the high-rise community 2) to analyze the causal of environment and positive psychology factors towards Buddhist holistic health of families in the high-rise community and 3) to present model of environment and positive psychology factors towards Buddhist holistic health of families in the high-rise community. This study was the mixed methods research consisting of qualitative and quantitative research. The sample group of qualitative data were 15 spouses in total of 30 people who living in the high-rise buildings in Bangkok and the sample group of qualitative data with sample random sampling s consisted of 184 females and 176 males in total of 360 people who living in the high-rise buildings. The tools of data collection were questionnaires and in-depth interview form. The statistics used to analyze the data were percentage, mean, standard deviation, Pearson's correlation and stepwise multiple regression analysis. Research findings were as follow: Research findings were as follow: 1. The study of environmental context and positive psychology found that 1.1 Environmental context factors consisted of 1. Self and family well-being management factors which were 1) Self and family health management factor including physical health care including (1) Healthy eating (2) Exercise and (3) Provincial rest and 2) Mental health care including prayer and meditation 3) The application of Buddhist doctrines principles in life including (1) Five precepts, (2) Four noble truths,(3) Four virtues for a good household life and (4) Four objects of sympathy 4) The pride of self-worth to family and society including the pride intaking good care of family and never causing social trouble 2. Encouraging happiness in family coexistence Is to create family activities and 3. Participation in building a happy community including 1) Respecting for rules and regulations and the preservation of common property 2) Conducting without harassment of others and society 3) Helping and supporting and 4) Activities to promote coexistence in condominiums. 1.2 Positive psychological factors related to holistic well-being which were the happiness building by modulating positive thinking and applying them to principles of helping to maintain physical and mental health, leading to the promotion of well-being, consisted of (1) Knowing how to forgive one another in the family (2) Open-minded talk (3) Patience in solving family problems 4) Love and compassion for each other. (5) Mindfulness and prudence in solving problems 1.3 Guidelines for promoting holistic well-being in condominiums consisted of physical health, including exercise promotion activities, social well-being including focusing on honest conversations and not interfering with other people's affairs, mental well- being, including persuading to listen the sermons by inviting famous preachers to the condominium and wisdom well-being, including inviting various fields speakers to provide intelligence and knowledge. 2. The_ happy family factors were related to all aspects the Buddhist holistic health. The highest relation is intellectual well-being and Pearson' s correlation coefficient was .616 significantly at .01 level which mean that people who live in high-rise buildings with high scores of happy families will have high scores of the Buddhist holistic health in the intellectual well-being aspects. It also found the Significantly relation between the happy community and the Buddhist holistic health at the level .01 with Pearson correlation coefficient of .454 , .598 , .453, and .550, respectively which mean that people who live in high-rise buildings with high scores of happy families will have high scores of the Buddhist holistic health in all aspects. In term of positive psychology, optimistic significantly related to happy family, happy community and the Buddhist holistic health at level.01 with Pearson's correlation coefficient of .526 , .480 , .477 , .543 , .547 and .491 , respectively and also found that people who have participated in Buddhist activities in the high-rise buildings will have scores of the Buddhist holistic health at good level. 3. Model of environment and positive psychology factors towards Buddhist holistic health of families in the high-rise community is consistent with empirical data. The four major variables to predict the Buddhist holistic health were self-efficacy(SE), elasticity(El, happy family(HF) and happy community(HC)( = .372, .315, .245 and .110, respectively) and all can predict on the Buddhist holistic health between 64% to 75% . After putting all variables with (Self-Efficacy: SE, Hope, optimistic, Elasticity: El, Happy family: HF) and Happy community: HC) in the equation for predicting the overall of the Buddhist holistic health and the sex group could be written as follows: Predictive equation of the Buddhist holistic health = :372 SE + .315 EL + .245 HF +.110 HC , Predictive equation of the Buddhist holistic health of male group = .283 SE + .333 HF + 334 HC and Predictive equation of the Buddhist holistic health of female group = .219 SE + .188 Optimistic + .405 HF + .276 HC. Key words: Environmental factors, Psychology factors, Buddhist holistic health, Families in The High-rise community, A Causal Relation.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. ส่วนหอสมุดกลาง
Address: พระนครศรีอยุธยา
Email: library@mcu.ac.th
Role: ผู้ให้ทุน
Created: 2562
Modified: 2566-05-06
Issued: 2566-05-06
งานวิจัย/Research report
application/pdf
tha
©copyrights มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
RightsAccess:
ลำดับที่.ชื่อแฟ้มข้อมูล ขนาดแฟ้มข้อมูลจำนวนเข้าถึง วัน-เวลาเข้าถึงล่าสุด
1 d41d8cd9.pdf 5.59 MB146 2026-01-06 20:03:46
ใช้เวลา
0.036826 วินาที

กมลาศ ภูวชนาธิพงศ์
Title Contributor Type
อัตลักษณ์กับการท่องเที่ยว : ศึกษาการนำอัตลักษณ์มาใช้กับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของเมืองหลวงพระบาง ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระมหาชุติภัค แหมทอง ;ญาณินทร์ รักวงศ์วาน ;กมลาศ ภูวชนาธิพงศ์ ;พุทธชาติ แผนสมบุญ
ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย MCU RS 610760119
งานวิจัย/Research report
การพัฒนาหมู่บ้านต้นแบบสันติสุขตามหลักคำสอนของศาสนา (พุทธ คริสต์ อิสลาม)
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระมหาเสรีชน นริสุสโร ;กมลาศ ภูวชนาธิพงศ์ ;สุกิจจ์ บุตรเคน
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย MCU RS 800763012
งานวิจัย/Research report
รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมและจิตวิทยาเชิงบวกที่มีต่อสุขภาวะองค์รวมแนวพุทธของครอบครัวในชุมชนอาคารสูง เขตกรุงเทพมหานคร
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
อัครนันท์ อริยศรีพงษ์ ;กมลาศ ภูวชนาธิพงศ์
ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย MCU RS 610761244
งานวิจัย/Research report
การพัฒนากิจกรรมเพื่อสร้างชีวสุขตามแนวทางการพัฒนาจิตและปัญญาแบบองค์รวม ระยะที่ 2
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระมหาบุญเลิศ อินทปญโญ ;กมลาศ ภูวชนาธิพงศ์ ;พุทธชาติ แผนสมบุญ
ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย MCU RS 610761356
งานวิจัย/Research report
ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย MCU RS 610761244
Title Creator Type and Date Create
รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมและจิตวิทยาเชิงบวกที่มีต่อสุขภาวะองค์รวมแนวพุทธของครอบครัวในชุมชนอาคารสูง เขตกรุงเทพมหานคร
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย MCU RS 610761244
อัครนันท์ อริยศรีพงษ์
กมลาศ ภูวชนาธิพงศ์
งานวิจัย/Research report
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 10
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 1,610
รวม 1,620 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 61,778 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 36 ครั้ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ = 25 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล = 10 ครั้ง
รวม 61,849 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.134
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.216.87