แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

การพัฒนาระบบสืบค้นและการอนุรักษ์เอกสาร และคัมภีร์โบราณของวัดในสังคมไทย

Organization : ผู้วิจัย

Organization : ผู้วิจัย

Organization : ผู้วิจัย

Organization : ผู้วิจัย
keyword: การพัฒนาระบบสืบค้น
; การอนุรักษ์
; เอกสารและคัมภีร์โบราณของวัดในสังคมไทย
Abstract: งานวิจัยเรื่องกรพัฒนาระบบสืบคั้นและการอนุรักษ์เอกสารและคัมภีร์โบราณของวัดในสังคมไทย มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อสำรวจและจัดหมวดหมู่เอกสารคัมภีร์โบราณทางพุทธศาสนาของวัดในสังคมไทย 2) เพื่อวิเคราะห์เนื้อหาและการจัดทำดัชนีการค้นคำของเอกสารคัมภีร์โบราณทางพระพุทธศาสนาของวัดในสังคมไทย และ 3) เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์เอกสารคัมภีร์โบราณเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมในสังคมไทย การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยวิธีการวิเคราะห์เอกสาร เพื่อการศึกษาวิเคราะห์และจัดหมวดหมู่เนื้อหาคัมภีร์โบราณทางพระพุทธศาสนาจากบันทึกในเอกสารหรือคัมภีร์โบราณ และหลักฐานจากโบราณคดีที่จัดเก็บที่วัดในไทยทั้ง 4 ภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ การเก็บรวบรวมใช้แบบบันทึกข้อมูลเพื่อบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับกลุ่มความรู้เดิม ประกอบด้วย หมวดความรู้หมวดย่อย และหมู่ย่อย (Division) ขอบเขต และนำข้อมูลที่ได้จากเอกสารทั้งหมดมาจัดกลุ่มเนื้อหาและคัดแยกเนื้อหาอย่างเป็นระบบ การสืบค้นเอกสารคัมภีร์โบราณ ทำในพื้นที่ที่มีรูปแบบการจัดเก็บแล้ว และทำการสำรวจสืบค้นเบื้องต้นในส่วนที่ยังไม่เคยมีการสำรวจมาก่อน เป็นลักษณะของโครงการงานวิจัยเชิงรุกตามกรอบแผนงานที่กำหนดไว้ การจัดระบบหมวดหมู่ความรู้ในคัมภีร์โบราณทางพระพุทธศาสนาโดยวิธีวิเคราะห์เอกสาร ได้แก่ คู่มือสำรวจ จัดหา รวบรวมทรัพยากรสารสนเทศเอกสารคัมภีร์โบราณ คู่มือปฏิบัติงานเกี่ยวกับเอกสารคัมภีร์โบราณ คู่มือชื่อเรื่อง และชื่อหนังสือทางพระพุทธศาสนา เอกสารการแบ่งหมวดจากข้อมูลของคัมภีร์โบราณทางพระพุทธศาสนาที่ปรากฎในสำนักหอสมุดแห่งชาติส่วนที่ยังไม่เคยมีการสำรวจ ในลักษณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเบื้องต้น จึงจำเป็นต้องขอคำแนะนำของผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ ส่วนมากจะเป็นพระสังฆาธิการ ในการสำรวจนี้จะ ไปตามวัดที่เป็นแหล่งชุมชนเก่า และวัดต่งๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลพื้นฐานประกอบการสำรวจนำเชื่อถือ จากการสำรวจคัมภีร์โบราณทางภาคเหนือ ผู้วิจัยศึกษาในจังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ และจังหวัดนน พบว่ ระบบการสืบคันได้จากการสำรวจคัมภีรีใบลานตามวัดต่าง ๆ ในจังหวัดทางภาคเหนือ จำแนกตามแหล่งที่มา สามารถแสดงรายการคัมภีร์ทั้งหมดได้ 357 รายการ ส่วนภาคใต้ของจังหวัดตรังและจังหวัดกระบี่ ยังไม่มีการจัดหมวดหมู่ และการจัดระบบการอนุรักษ์เอกสารคัมภีร์โบราณที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ การสำรวจคัมภีร์โบราณทางภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามข้อมูลที่ปรากฎในสำนักหอสมุดแห่งชาติ พบว่าได้มีการจัดระบบความรู้ที่ปรากฎในคัมภีริโบราณตามมาตรฐานอย่างเป็นระบบแต่ไม่ใด้มีการจัดเรียงเนื้อหาที่เป็นหมวดหมู่ เนันการจัดเรียงตามลำดับการเข้ามาของเอกสาร ซึ่งไมได้เกี่ยวข้องเนื้อหาหรือตัวคัมภี9โบราณ และยังไม่มีวัดในพื้นที่ที่มีการจัดระบบสืบคันซึ่งอยู่ในคัมภีร์โบราณอย่างเป็นระบบ ทำให้การสืบคันและเข้าถึงเนื้อหาในคัมภีร์โบราณทางพระพุทธศาสนานั้นเป็นไปได้ยากและใช้เวลานาน ผู้วิจัยจึงใช้ระบบการสืบคันข้อมูลและการจัดระบบหมวดหมู่ความรู้มาสังเคราะห์ และจัดกลุ่มเนื้อหารวมกันโดยใช้หลักการพื้นฐานการจัดหมวดหมู่ความรู้ เพื่อจำแนกความรู้แต่ละกลุ่มให้เป็นหมวด หมวดย่อย และหมู่ย่อย โดยการวิเคราะห์เนื้อหาที่ปรากฏโครงสร้างระบบการจัดระบบหมวดหมู่ในคัมภีโบราณทางพระพุทธศาสนา วัดและชาวบ้านที่ครอบครองเอกสารคัมภีร์โบราณ ยังขาดการเก็บรักษาอย่างเป็นระบบทั้งการจัดหมวดหมู่ ขาดการสำรวจ จำนวนและการทำบัญชีรายชื่อเอกสาร เอกสารกลุ่มนี้มีปัญหาเรื่องตันฉบับชำรุด เพราะขาดความพร้อมในต้านสถานที่ที่เหมาะสมในการอนุรักษ์คัมภีร์โบราณ การยกระดับความสำคัญและสร้างความตระหนักให้พระสงฆ์ วัดและชุมชนในการอนุรักษ์คัมภีร์ ในฐานะเจ้าของพื้นที่ ได้เห็นความสำคัญเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และสืบทอดพระพุทธศาสนาในสังคมไทยต่อไป
Abstract: This research work entitled 'Development of the Ancient Scripture's Retrieving and Conserving Systems for Buddhist Temples in Thailand' aims at; 1) survey and grouping various ancient scriptures of Buddhism found in temple in Thailand, 2) analyzing and index making of ancient scriptures of Buddhism found in temple in Thailand and 3) supporting the conservation of ancient scriptures to be learning center of Buddhism and culture in Thailand. It was a qualitative research by using primary documentary analysis as main tool. The ancient scriptures werecollected from records of ancient texts and archaeological objects kept in Buddhist temples from northern, middle, north-east and southern parts of Thailand. Collecting method was record template with its previous details of knowledge including knowledge section, category and division, scope. Finally collected data was brought for grouping and classifying its contents systematically. The scripture query was done in places where already had preservation system but the survey of basic searching system had never done before. This was approaching survey. Its section classification was done by documentary analysis based on the manual book of survey, collecting information resources of ancient manuscripts, ancient scripture working book, title and title name of Buddhist texts. Some scripture classified into section of ancient scriptures of National Library which had not yet surveyed before, was not found basic data, the researcher received information from residents especially Buddhist ecclesiastical monks. The survey was done in old communities and various temples to gain its reliable data. From ancient scripture s survey in northern part done in Payao, Phrae and Nan provinces, it showed that the searching system was done by survey of the ancient manuscripts written in palm leaves pr preserved by Buddhist temples in Northern part of Thailand. It was classified through its resources and the presented items of total scripture were ceel. The andient scriptures in Southern part of Thailand had not yet systematically classified into section, grouping and preservation arrangement according to academic work. The survey of ancient scriptures in middle and northern part of Thailand as recorded in National Library showed that there was only classification system of knowledge found in ancient scriptures, but its content arrangement into section was not yet done. It only focuses on the order arrangement of entry of documents which did not concern about its contents or manuscripts and there found no any temple having searching system of ancient scripture which causes the difficulty to access and search for Buddhist manuscripts. Therefore, researcher brought the data searching system and knowledge classification to systemize and content classifying by applying knowledge classifying each group into the section, category and division through its content analysis appeared in the structure of ancient text classification system of Buddhist ancient scriptures. The Buddhist temples and villagers who possess andient scriptures had no preservation management, its classification, amount of scripture survey and name list of the texts. These texts also were found in damage due to its lack of suitable place to store them property for correct preservation therefore it needs the correct quideline for standardizine and awareness of importance of scripture preservation to Buddhist monks, temple and communities as the owners of such valuable scriptures to be the learning resource and Buddhist heritages of Thailand for long time.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. ส่วนหอสมุดกลาง
Address: พระนครศรีอยุธยา
Email: library@mcu.ac.th
Role: ผู้ให้ทุน
Created: 2559
Issued: 2566-04-06
งานวิจัย/Research report
application/pdf
tha
©copyrights มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
RightsAccess:
ใช้เวลา
0.041384 วินาที

พระเทพสุวรรณเมธี (สุชาติ กิตติปญฺโญ)
Title Contributor Type
การพัฒนาระบบสืบค้นและการอนุรักษ์เอกสาร และคัมภีร์โบราณของวัดในสังคมไทย
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระเทพสุวรรณเมธี (สุชาติ กิตติปญฺโญ);พระราชรัตนโสภณ (ธนัญชัย ไกรวาสไชยวงษ์);พระราชรัตนมุนี (บุญเทียม มุสุ);สุพิชฌาย์ พรพิชณรงค์
ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจาก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย MCU RS 610759145
งานวิจัย/Research report
พระราชรัตนโสภณ (ธนัญชัย ไกรวาสไชยวงษ์)
Title Contributor Type
การพัฒนาระบบสืบค้นและการอนุรักษ์เอกสาร และคัมภีร์โบราณของวัดในสังคมไทย
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระเทพสุวรรณเมธี (สุชาติ กิตติปญฺโญ);พระราชรัตนโสภณ (ธนัญชัย ไกรวาสไชยวงษ์);พระราชรัตนมุนี (บุญเทียม มุสุ);สุพิชฌาย์ พรพิชณรงค์
ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจาก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย MCU RS 610759145
งานวิจัย/Research report
พระราชรัตนมุนี (บุญเทียม มุสุ)
Title Contributor Type
การพัฒนาระบบสืบค้นและการอนุรักษ์เอกสาร และคัมภีร์โบราณของวัดในสังคมไทย
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระเทพสุวรรณเมธี (สุชาติ กิตติปญฺโญ);พระราชรัตนโสภณ (ธนัญชัย ไกรวาสไชยวงษ์);พระราชรัตนมุนี (บุญเทียม มุสุ);สุพิชฌาย์ พรพิชณรงค์
ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจาก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย MCU RS 610759145
งานวิจัย/Research report
สุพิชฌาย์ พรพิชณรงค์
Title Contributor Type
การวิเคราะห์หลักพุทธธรรมที่ปรากฏในสักกปัญหสูตร
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระครูพิมลธรรมานุกูล (สันติชัย โชติโก) ;พระเทพสุวรรณเมธี;สุพิชฌาย์ พรพิชณรงค์

บทความ/Article
การพัฒนาระบบสืบค้นและการอนุรักษ์เอกสาร และคัมภีร์โบราณของวัดในสังคมไทย
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระเทพสุวรรณเมธี (สุชาติ กิตติปญฺโญ);พระราชรัตนโสภณ (ธนัญชัย ไกรวาสไชยวงษ์);พระราชรัตนมุนี (บุญเทียม มุสุ);สุพิชฌาย์ พรพิชณรงค์
ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจาก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย MCU RS 610759145
งานวิจัย/Research report
ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจาก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย MCU RS 610759145
Title Creator Type and Date Create
การพัฒนาระบบสืบค้นและการอนุรักษ์เอกสาร และคัมภีร์โบราณของวัดในสังคมไทย
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจาก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย MCU RS 610759145
พระเทพสุวรรณเมธี (สุชาติ กิตติปญฺโญ)
พระราชรัตนโสภณ (ธนัญชัย ไกรวาสไชยวงษ์)
พระราชรัตนมุนี (บุญเทียม มุสุ)
สุพิชฌาย์ พรพิชณรงค์
งานวิจัย/Research report
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 2
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 5,746
รวม 5,748 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 30,759 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 58 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล = 3 ครั้ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ = 2 ครั้ง
หน่วยงานอื่น = 1 ครั้ง
มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ = 1 ครั้ง
รวม 30,824 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.134
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.216.220