Abstract:
งานวิจัยนี้ศึกษาการนำเถ้าก้นเตาการผลิตกระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้า BLCP Power จำกัด จังหวัดระยอง มาใช้แทนที่ดินลูกรังเพื่อเป็นวัสดุสำหรับงานทาง โดยคัดขนาดดินลูกรังตามมาตรฐานรองพื้นทาง ทล.-ม. 205/2532 Type B และ Type D แทนที่ด้วยอัตราส่วนร้อยละ 10, 20, 30, 40 และ 50 สำหรับ Type B และร้อยละ 10, 20, 30, 40, 50 และ 60 โดยน้ำหนักดินแห้งสำหรับ Type D โดยศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพ การบดอัด กำลังรับน้ำหนักด้วยการทดสอบ California Bearing Ratio และกำลังรับแรงเฉือนด้วยการทดสอบกำลังรับแรงเฉือนตรง และศึกษาผลของยิปซัมต่อคุณสมบัติด้านการบดอัดและกำลังรับน้ำหนัก โดยนำมาผสมเพิ่มในดินลูกรัง Type B แทนที่ด้วยเถ้าก้นเตาร้อยละ 30 และดินลูกรัง Type D แทนที่ด้วยเถ้าก้นเตาร้อยละ 50 ที่อัตราส่วนร้อยละ 3, 5 และ 7 ของน้ำหนักดินและเถ้าก้นเตาแห้ง จากการทดสอบคุณสมบัติด้านการบดอัดพบว่าเถ้าก้นเตาทำให้ความหนาแน่นแห้งสูงสุดของดินลูกรังทั้ง 2 ประเภทลดลงและค่าความชื้นเหมาะสมมากขึ้นเมื่อปริมาณการแทนที่ด้วยเถ้าก้นเตามากขึ้น เถ้าก้นเตาสามารถพัฒนากำลังรับน้ำหนักของดินลูกรังทั้งสองประเภทได้โดยค่า CBR มีค่าเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับมาตรฐานวัสดุมวลรวมชั้นรองพื้นทาง พบว่าดินลูกรัง Type B ควรมีอัตราส่วนการแทนที่ในช่วงร้อยละ 10-50 ส่วนดินลูกรัง Type D ควรมีอัตราส่วนการแทนที่ในช่วงร้อยละ 30-50 โดยเถ้าก้นเตามีผลต่อค่ามุมเสียดทานภายในไม่มากนัก แต่มีผลทำให้ค่าแรงยึดเหนี่ยวของดินลูกรังมีค่าลดลงตามปริมาณการเพิ่มขึ้นของเถ้าก้นเตา และพบว่าการเพิ่มปริมาณยิปซัมทำให้ค่าความหนาแน่นแห้งสูงสุดของดินลูกรัง Type B แทนที่ด้วยเถ้าก้นเตาร้อยละ 30 ลดลง แต่เพิ่มขึ้นในดินลูกรัง Type D แทนที่ด้วยเถ้าก้นเตาร้อยละ 50 ในขณะที่ค่าความชื้นเหมาะสมมีค่ามากขึ้นตามปริมาณการผสมเพิ่ม และยิปซัมมีผลทำให้ค่า CBR ดินลูกรังแทนที่ด้วยเถ้าก้นเตามีค่าลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับมาตรฐานวัสดุมวลรวมชั้นรองพื้นทาง การผสมเพิ่มยิปซัมไม่ควรเกินร้อยละ 3 สำหรับดินลูกรังแทนที่ด้วยเถ้าก้นเตาทั้งสองประเภท