การจัดทำแผนที่อินทรียวัตถุและความอุดมสมบูรณ์ของดินในการเกษตร กรณีศึกษา อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่
The mapping of organic matter and soil fertility of agricultural soils case study San Sai, Chiang Mai province
Abstract:
อำเภอสันทรายมีความสำคัญทางเศรษฐกิจเป็นศูนย์กลางเส้นทางการคมนาคมออกสู่อำเภอทางตอนบนของจังหวัดเซียงใหม่ ซึ่งได้เปรียบเรื่องการคมนาคมแล้วยังมี การลงทุนในด้านการเกษตรจากบริษัทต่าง ๆ นอกจากนี้อำเภอสันทรายยังที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 รองจากอำเภอเมือง
พื้นที่ส่วนใหญ่ใช้ในการเกษตรโดยพืชเศรษฐกิจหลักได้แก่ ข้าวและลำไย ดังนั้นการสนับสนุนในการพัฒนาการผลิตพืชเศรษฐกิจจึงเป็นสิ่งสำคัญดังนั้น การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดทำแผนที่อินทรียวัตถุและความอุดมสมบูรณ์ของดิน พื้นที่ปลูกข้าวและลำไย รวมทั้งพื้นที่ปลูกข้าวนาปี
หมุนเวียนกับพืชหมุนเวียนหลังนาแบบต่างๆ นำไปสู่ความสำคัญ และประโยชน์จากการนำแผนที่อินทรียวัตถุและความอุดมสมบูรณ์ของดินไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ศึกษา ประกอบด้วย 2 การศึกษาได้แก่ การศึกษาที่ 1 การจัดทำแผนที่อินทรียวัตถุและความอุดมสมบูรณ์ดิน พื้นที่ปลูกข้าวและ
ลำไย อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ และกรณีศึกษา: พื้นที่ปลูกข้าวนาปีหมุนเวียนกับพืซหมุนเวียนหลังนาแบบต่าง ๆ ตำบลแม่แฝก อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ จากการศึกษาพบว่าการประเมินระดับความอุดมสมบูรณ์ของดินในนาและลำไย พบว่าดินนาและดินลำไในอำเภอสันทรายมีความ
อุดมสมบูรณ์อยู่ในระดับปานกลาง ส่วนใน ตำบลแม่แฝก ที่ระบบการปลูกข้าวนาปีหมุนเวียนกับพืชชนิดอื่น 4 ระบบ ได้แก่ นาปีเพียงอย่างเดียว นาปีหมุนเวียนกับหอมหัวใหญ่ นาปีกับมันฝรั่ง นาปีกับพืชผสมผสาน ที่ระดับความลึก 0-5, 5-10, 10-15 และ 15-30 ชม. ส่วนใหญ่มีความอุดมสมบูรณ์
ของดินอยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวสามารถนำมาสรุปและใช้เป็นแนวทางหนึ่งในการนำข้อมูลผลการวิเคราะห์ดินมานำเสนอในรูปแผนที่ โดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ซึ่งสามารถนำไปใช้เพื่อให้เกิดความสำเร็จได้ 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) บุคลากร 2) อุปกรณ์ 3)
งบประมาณ 4) การถ่ายทอดเทคโนโลยี และ 5) ด้านข้อมูล ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้สามารถนำ GS มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเป็นการนำแผนที่มาใช้ในการวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินและการ จัดการพื้นที่เพาะปลูกอย่างเหมาะสมเพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ และการนำไปใช้ โดยการใช้
ภาพและข้อมูลจากแผนที่ในการนำเสนอข้อมูลแทนการใช้ข้อมูลเชิงบรรยายการศึกษาที่ 2 ผลของการจัดการดิน และ การใช้ประโยชน์ที่ดินต่อปริมาณอินทรีย์คาร์บอนส่วนต่าง ๆ การกักเก็บคาร์บอน และสมบัติบางประการของดินในดินปลูกข้าวและลำไย อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ และการใช้ประโยชน์ที่ดินต่อปริมาณอินทรีย์คาร์บอนส่วนต่าง ๆ การกักเก็บคาร์บอน และสมบัติบางประการของดินในดินนาภายใต้ระบบการปลูกพืชหนเวียน (ข้าวนาปี, ข้าวนาปี-มันฝรั่ง, ข้าวนาปี-หอมหัวใหญ่, ข้าวนาปี-ยาสูบ ข้าวโพด ผัก) ตำบลแม่แฝก อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า ปริมาณความเข้มข้นและการกักเก็บคาร์บอนของ TOC (Total Organic Carbon : TOC) POC (Permanganate Oxidizable Carbon : POC) WSC (Water Soluble
Carbon : WSC) และ HWSC (Hot Water Soluble Carbon : HWSC) ในดินลำไยสูงกว่าดินนา ในขณะเดียวกัน ปริม่าณ และการกักเก็บ CLPSF (Carbon in Large Particulate Size Fraction CLPSF) และ CFPSF (Carbon in Fine Particulate Size Fraction : CFPSF) ในดินนาสูงกว่าดิน
ลำไย ในดินนาที่มีการทำนาปีเพียงอย่างเดียวมีความเข้มข้นและการกักเก็บในส่วน POC, WSC,HWSC, CLPSF และ CFPSF สูงกว่ารูปแบบการใช้ที่ดินอื่น ๆ ในส่วนของการหาสหสัมพันธ์ดินนาและดินลำไย POC, CLPSF และ CFPSF มีสหสัมพันธ์กับ TOC แต่ในขณะเดียวกัน WSC และ HWSC
ไม่มีสหสัมพันธ์กับ TOC ในดินที่มีการปลูกพืชหมุนเวียน POC, CLPSF และ CFPSF มีสหสัมพันธ์ 1 กับ TOC ส่วน โดยเฉพาะในดินที่มีการปลูกพืชหมุนเวียนกับหอมหัวใหญ่ แต่ WSC และ HWSC ไม่มีสหสัมพันธ์
มหาวิทยาลัยแม่โจ้. สำนักหอสมุด
Role:
อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก
Role:
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม
Role:
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม
©copyrights มหาวิทยาลัยแม่โจ้