การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิผลของการทาเจลผงบุกคอนยัค กลูโคแมนแนน ไฮโดรไลเซท 5%กับยาเจลคลินดามัยซิน 1% ในการรักษาสิว
Comparative study of the efficacy of topical 5% konjac glucomannan hydrolysates gel versus 1 % clindamycin gel on the treatment of acne vulgaris
Abstract:
สิวเป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อย การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงประสิทธิผลของเจล
ผงบุกคอนยัค กลูโคแมนแนน ไฮโดรไลเซท ซึ่งเป็นเป็นพรีไบโอติก สามารถลดจำนวนแบคทีเรียชนิดคิวติแบคทีเรียมแอคเน่ ในการรักษาสิว โดยเป็นงานวิจัยเชิงทดลองแบบสุ่มเลือก มีกลุ่มเปรียบเทียบแบบแบ่งครึ่งหน้า โดยมีการปกปิดสองฝ่าย โดยจะสุ่มเพื่อแบ่งซีกใบหน้าเป็นสองข้างให้ใบหน้า
ด้านหนึ่ง ทาเจล 5% ผงบุกคอนยัคกลูโคแมนแนน ไฮโดรไลเซท ส่วนอีกข้างหนึ่งทาเจล 1% คลินดามัยซิน ในเวลาเช้าและเย็นหลังล้างหน้า ติดตามผลการรักษาโดยประเมินผลจากการนับจำนวนเม็ดสิว ถ่ายภาพใช้กล้อง VISIA Complexion Analysis ตรวจวัดสารพอร์ไฟริน หรือ ของเสียจากกระบวนการเผาผลาญจากเชื้อแบคทีเรียคิวติ แบคทีเรียมแอคเน่ ที่ผิวหน้า ประเมินระดับความพึงพอใจ และผลข้างเคียง งานวิจัยจะติดตามที่ ก่อนการรักษา ที่สัปดาห์ที่ 0, 1, 4 และ 8 พบว่า จากอาสาสมัคร ทั้งหมด 11 คน ที่มีสิวระดับความรุนแรงน้อยถึงปานกลาง พบว่า อาสาสมัครกลุ่มที่ได้รับการรักษาด้วยการทาเจล 5%ผงบุกคอนยัคกลูโคแมนแนน ไฮโดรไลเซท มีค่าเฉลี่ยของจำนวน
สิวอักเสบ (Inflammatory papular acne) ลดลงอย่างต่อเนื่อง ที่ 0, 1, 4 และ 8 สัปดาห์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อเทียบกับก่อนการรักษา (p=0.011) อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบระหว่างสองกลุ่ม พบว่าไม่มีความแตกต่างกัน (p >0.05) การเปรียบเทียบจำนวนสิวไม่อักเสบหรือสิวอุดตัน (comedone) ค่าเฉลี่ยสารพอร์ไฟริน และ ระดับความพึงพอใจต่อผลการรักษา ระหว่าง 2 กลุ่ม พบว่า ไม่มีความแตกต่างกันเช่นเดียวกัน (p >0.05) งานวิจัยนี้ไม่พบผลข้างเคียงใด ๆ สรุปว่า การทาเจล 5% ผงบุกคอนยัคกลูโคแมนแนน ไฮโดรไลเซท ได้ผลดีในการลดจำนวนสิวอักเสบเมื่อเทียบกับก่อนรักษา แต่ไม่มีความแตกต่างจากการรักษาด้วยการทาเจล 1% คลินดามัยซินและไม่พบผลข้างเคียงใด ๆ
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง. ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา
©copyrights มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง