อิทธิพลของการออกแบบงานและความสัมพันธ์ของพยาบาลวิชาชีพเจนเนอเรชั่นวายต่อการปฏิบัติงานของพยาบาลวิชาชีพเจนเนอเรชั่นวาย โรงพยาบาลระดับตติยภูมิ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข
Effects of job design and generation Y nurse relations on generation Y nurses performance at tertiary level hospitals under ministry of public health
Abstract:
การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณการทำนายมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับเปรียบเทียบความแตกต่างของประสบการณ์การทำงานของพยาบาลวิชาชีพเจนเนอเรชั่นวาย อิทธิพลและการทำนายของการออกแบบงานและความสัมพันธ์ของพยาบาลวิชาชีพเจนเนอเรชั่นวายต่อการปฏิบัติงานของพยาบาลวิชาชีพเจนเนอเรชั่นวาย กรอบแนวคิดการวิจัยพัฒนาจากแนวคิดการออกแบบงานและความสัมพันธ์ของบุคลากรตามโมเดลการปฏิบัติการบริหารทรัพยากรบุคคลของโนว์และคณะ (Noe et al., 2016) ร่วมกับการปรับใช้แนวคิดการปฏิบัติงานของพยาบาลวิชาชีพของกรีนส์เลดและจิมไมสัน (Greenslade & Jimmieson, 2007) เลือกกลุ่มตัวอย่างด้วยการสุ่มโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ สังกัดกระทรวงสาธารณสุขแบบหลายขั้นตอนโดยการเลือกแบบสัดส่วนและเลือกกลุ่มตัวอย่างที่เป็นพยาบาลวิชาชีพเจนเนอเรชั่นวาย ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยในและหอผู้ป่วยหนักด้วยการสุ่มแบบง่ายโดยการจับฉลากแบบไม่ใส่คืน จำนวน 429 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถามการออกแบบงานความสัมพันธ์ของพยาบาลวิชาชีพเจนเนอเรชั่นวายและการปฏิบัติงานของพยาบาลวิชาชีพเจนเนอเรชั่นวายที่มีมาตรวัด 5 ระดับของลิเคิร์ทสเกล การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือด้วยการหาค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน ได้ค่าเท่ากับ 0.91, 0.93 และ 0.95 ตามลำดับ และความตรงเชิงโครงสร้างมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ที่มีค่า X2 = 71.592, df= 54, P = .055, GFI =.974, AGFI = .957, CFI = .956, RMSEA = .028., X2 = 83.064, df= 66, P =076, GFI =.972, AGFI = .956, CFI = .963, RMSEA = .025. และ X2 = 6.646, df= 6, P = .355, GFI =.996, AGFI = .977, CFI = .999, RMSEA = .016. ตามลำดับ และมีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าครอนบาคเท่ากับ .82, .90 และ .94 ตามลำดับ ใช้สถิติเชิงพรรณนาด้วยการแจกแจง ความถี่ร้อยละค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยด้วยการวิเคราะห์ค่าทีและการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุ
ผลการวิจัยพบว่าการรับรูการออกแบบงานความสัมพันธ์ของพยาบาลวิชาชีพเจนเนอเรชั่นวายและการปฏิบัติงานของพยาบาลวิชาชีพเจนเนอเรชั่นวายอยู่ในระดับ มาก ( X= 4.29, SD = .36, X= 3.91, SD = .48 และ X= 4.14,SD = .43) ตามลำดับ พยาบาลวิชาชีพเจนเนอเรชั่นวายที่มีประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกันมี การรับรู้การออกแบบงานความสัมพันธ์ของพยาบาลวิชาชีพเจนเนอเรชั่นวายและการปฏิบัติงานของพยาบาลวิชาชีพเจนเนอเรชั่นวาย แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .000 การออกแบบงานและความสัมพันธ์ของพยาบาลวิชาชีพเจนเนอเรชั่นวายมีอิทธิพลต่อการปฏิบัติงานของพยาบาลวิชาชีพเจนเนอเรชั่นวายเท่ากับ .463 และ .334 (β = .463 p < .001 และ β = .334 p< .001 ) ตามลำดับ และสามารถร่วมกันทำนายการปฏิบัติงานของพยาบาลวิชาชีพเจนเนอเรชั่นวาย ได้ร้อยละ 51.50 (R2 = .515) ผลจากการวิจัย คร้ังนี้ชี้ให้เห็นว่าผู้บริหารทางการพยาบาลของโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ควรพัฒนาการออกแบบงานและส่งเสริมสนับสนุนความสัมพันธ์ของบุคลากรโดยเฉพาะในกลุ่มพยาบาลวิชาชีพเจนเนอเรชั่นวายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานระหว่าง 1-3 ปี ในด้านความก้าวหน้าและการเรียนรู้ของการได้รับโอกาสในการศึกษาดูงานท้้งภายในและภายนอกโรงพยาบาล นอกจากนี้ในด้านสิทธิประโยชน์ผู้บริหารทางการพยาบาล ควรจัดให้มีอุปกรณ์และเครื่องมือที่เพียงพอและพร้อมใช้งานในการปฏิบัติกิจกรรมทางการพยาบาล รวมถึงการกำหนดนโยบายด้านการปฏิบัติงานตามบริ บทที่จะช่วยส่งเสริมและสร้างความตระหนักในการอาสาสมัครทำงานนอกเหนือหน้าที่ของพยาบาลวิชาชีพเจนเนอเรชั่นวาย ที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานระหว่าง
1-3 ปี เกี่ยวกับการเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการในระดับกลุ่มการพยาบาลและในระดับโรงพยาบาล
มหาวิทยาลัยคริสเตียน. ศูนย์วิทยบริการและหอสมุด
Email:
library@christian.ac.th
Role:
อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลัก
Role:
อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วม
CallNumber:
วพ WY 16 พ43 2563
©copyrights มหาวิทยาลัยคริสเตียน