ยุทธศาสตร์การสร้างความร่วมมือของชุมชนเกิดใหม่เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดปทุมธานี
Strategy for cooperative creation of newly established communities in local development of local governments in Pathum Thani Province
Abstract:
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาลักษณะความร่วมมือของชุมชนเกิดใหม่เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น 2) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความร่วมมือของชุมชนเกิดใหม่เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น และ 3) เสนอยุทธศาสตร์การสร้างความร่วมมือของชุมชนเกิดใหม่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของจังหวัดปทุมธานี การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ การวิจัยเชิงปริมาณดำเนินการโดยศึกษากลุ่มตัวอย่าง จำนวน 247 คน ที่เลือกจากประชากรทั้งหมด จำนวน 649 คน ที่เป็นประธานชุมชนของชุมชนเกิดใหม่ และคณะกรรมการชุมชนในจังหวัดปทุมธานี โดยกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรของทาโร่ ยามาเน่ ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิตามสัดส่วน เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่น 0.96 เพื่อศึกษาลักษณะความร่วมมือของชุมชนเกิดใหม่ และศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความร่วมมือของชุมชนเกิดใหม่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของจังหวัดปทุมธานี วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าสถิติ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุแบบขั้นตอน ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพดำเนินการโดย (1) การสัมภาษณ์เชิงลึก มีผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 21 คน ซึ่งเป็นตัวแทนชุมชนโดยคัดเลือกตัวแทนชุมชน อำเภอละ 2 คน และจากนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1 คน โดยเลือกแบบเจาะจงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอที่มีจำนวนชุมชนเกิดใหม่มากที่สุด 2 ลำดับแรก และ (2) การสนทนากลุ่มจำนวน 1 กลุ่ม มีผู้ร่วมสนทนา 14 คน ที่เป็นตัวแทนของ 7 อำเภอ อำเภอละ 2 คน เพื่อพัฒนายุทธศาสตร์การสร้างความร่วมมือของชุมชนเกิดใหม่ และวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหาและการตีความ
ผลการศึกษาพบว่า
1) ลักษณะความร่วมมือของชุมชนเกิดใหม่เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น โดยภาพรวมมีระดับความร่วมมืออยู่ในระดับมาก ( = 3.62, S.D. = 0.79) และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า มีระดับความร่วมมืออยู่ในระดับมากทั้ง 6 ด้าน โดย ความร่วมมือด้านผู้ให้และผู้รับอยู่ในระดับสูงสุด ( = 3.70, S.D. = 0.79) รองลงมา คือ ความร่วมมือด้านครั้งคราว ( = 3.68, S.D. = 0.78) ความร่วมมือด้านตามความพอใจ ( = 3.65, S.D. = 0.81) ความร่วมมือด้านความพยายามป้องกันตนเอง ( = 3.59, S.D. = 0.82) และลักษณะความร่วมมืออยู่ในระดับน้อยที่สุด คือ ความร่วมมือด้าน การบริหารจัดการบนฐานแห่งขอบเขตภาระหน้าที่ ( = 3.57, S.D. = 0.77) และความร่วมมือด้านความร่วมมือจากบนสู่ล่าง ( = 3.57, S.D. = 0.77) ตามลำดับ ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยเชิงคุณภาพ พบว่า สภาพความร่วมมือของประชาชนโดยทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ดีในการรับมอบสิ่งของต่าง ๆ ที่ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้นำมามอบให้ แต่ความร่วมมือที่จำเป็นด้านอื่น ๆ ยังมีไม่มากนัก สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของประชาชนในชุมชนเกิดใหม่ที่ได้ให้ความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในฐานะผู้ได้รับประโยชน์มากกว่าความร่วมมือด้านการเป็นผู้ให้
2) ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความร่วมมือของชุมชนเกิดใหม่เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น พบว่า มีปัจจัยที่สำคัญ 4 ประการ คือ (1) ปัยจัยภายนอก มี 2 ตัวแปร คือ ด้านสังคม (b = 0.553) และ ด้านการเมือง (b = 0.341) และ (2) ปัยจัยภายใน มี 2 ตัวแปร คือ ด้านเทคนิคและวิธีการ (b = 0.230) และด้านผู้นำ (b = 0.134) สามารถอธิบายความผันแปรของความร่วมมือของชุมชนเกิดใหม่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของจังหวัดปทุมธานี ได้ร้อยละ 45.90 (R2 = 0.459) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และผลการวิจัยเชิงคุณภาพ พบว่า ยังมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลต่อการสร้างความร่วมมือดังกล่าว ได้แก่ การสร้างการทำงานที่ดีร่วมกับผู้อื่น การสร้างความเท่าเทียมกัน และการสร้างทัศนคติที่ดีต่อกัน เพื่อให้งานที่ได้รับมอบหมายนั้นออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อผลประโยชน์ของชุมชนและตนเอง นอกจากนี้ยังพบว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความร่วมมือ คือ ถ้าประชาชนในชุมชนเกิดใหม่เข้าใจถึงบทบาทและหน้าที่ของตนเองจะให้ความร่วมมือในการพัฒนาเพิ่มขึ้น
3) ยุทธศาสตร์การสร้างความร่วมมือของชุมชนเกิดใหม่เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น มี 4 ยุทธศาสตร์ คือ (1) ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพผู้นำชุมชน โดยเสริมสร้างวิสัยทัศน์ ให้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีความรู้ความสามารถ และมีความสามารถในการพัฒนาชุมชนอย่างแท้จริง (2) ยุทธศาสตร์การสร้างความตระหนักและมีจิตสำนึกรักท้องถิ่น โดยสร้างความตระหนัก มีจิตสำนึกรักร่วมมือพัฒนาท้องถิ่น ให้มีแนวทางสร้างความรู้ความเข้าใจของประชาชนโดยการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการกระจายอำนาจ (3) ยุทธศาสตร์การใช้ระบบการสื่อสารด้วยเทคโนโลยี โดยการพัฒนาช่องทางการสื่อสาร และการประสานงานที่ดีโดยพัฒนาระบบและเทคนิคที่ทันสมัย และ (4) ยุทธศาสตร์พัฒนาความร่วมมือ ผ่านเครือข่ายชุมชน โดยการพัฒนากระบวนการสร้างความร่วมมือด้วยการให้ประชาชน ให้สามารถเสนอความคิดเห็นและความต้องการ ให้ผู้เกี่ยวข้ององค์กรภาครัฐควรสร้างเครือข่ายชุมชนโดยการสร้างเครือข่ายที่หลากหลายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาชุมชนตนเองให้มากขึ้น
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Role:
ประธานที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์.
CallNumber:
303.45 อ474ย 2561
©copyrights มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ