แนวทางการส่งเสริมความใฝ่รู้ใฝ่เรียนของนักศึกษานอกระบบโดยใช้บริบทชีวิตประจำวัน
GUIDELINES FOR ENHANCING LEARNING CURIOSITY OF NON-FORMAL STUDENTS USING DAILY LIFE CONTEXT.
Abstract:
การวิจัยเชิงสำรวจครั้งนี้มีวัตถุประสงค์1)เพื่อศึกษาระดับความใฝ่รู้ใฝ่เรียนตามการรับรู้ของนักศึกษานอกระบบ ผู้สอนนักศึกษานอกระบบ และผู้บริหาร และ 2)เพื่อนำเสนอแนวทางการส่งเสริมความใฝ่รู้ใฝ่เรียนของนักศึกษานอกระบบโดยใช้บริบทชีวิตประจำวัน กลุ่มตัวอย่างคือนักศึกษานอกระบบ 400 คน จำแนกเป็นนักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจำนวน 175 คน นักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจำนวน 225คน ผู้สอนนักศึกษานอกระบบจำนวน 40คน และผู้บริหารศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยระดับอำเภอจำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถามและประเด็นการสนทนากลุ่มแบบ Focus group สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา 1.ระดับความใฝ่รู้ใฝ่เรียนตามการรับรู้ของนักศึกษานอกระบบอยู่ในระดับมากเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน ทุกด้านอยู่ในระดับมากโดยด้านวิชาการมีค่าเฉลี่ยสูงสุด(X-bar=4.05,S.D.=0.60)รองลงมาคือด้านครอบครัว(X-bar=4.04,S.D.=0.58)ด้านอาชีพ(X-bar=4.03,S.D.=0.58)ด้านสังคม(X-bar=4.01,S.D.=0.58)ตามลำดับทั้งผู้สอนนักศึกษานอกระบบและผู้บริหารต่างเห็นตรงกันว่าความใฝ่รู้ใฝ่เรียนของนักศึกษานอกระบบอยู่ในระดับปานกลางโดยแสดงพฤติกรรมความใฝ่รู้ใฝ่เรียนด้านวิชาการมากที่สุด 2.แนวทางส่งเสริมความใฝ่รู้ใฝ่เรียนของนักศึกษานอกระบบโดยใช้บริบทชีวิตประจำวันพบว่ามีหลักการของการคิดเป็นวิธีการในการส่งเสริมได้แก่การทำเรื่องง่ายให้อยากทำ กิจกรรมในการส่งเสริมความใฝ่รู้ใฝ่เรียนประกอบด้วยกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว วิชาการ อาชีพ และสังคมของนักศึกษานอกระบบ ผู้สอนนักศึกษานอกระบบและผู้บริหารควรส่งเสริมและจัดการเรียนการสอนให้เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในชีวิตของนักศึกษานอกระบบและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ และร่วมส่งเสริมให้นักศึกษานอกระบบเป็นผู้ที่มีความกล้าแสดงออกในด้านต่างๆ
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สำนักงานวิทยทรัพยากร
Email:
cuir@car.chula.ac.th
URL: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/49955
©copyrights จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย