แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

การเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 3
School-Based Efficiency Promotion in Basic Schools of Ubon Ratchathani Primary Educational Service Area 3

keyword: การสร้างเสริมประสิทธิภาพ ข้าราชการครูู
Classification :.DDC: 371.1 ด124ก
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาสภาพการเสริมสร้างประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการ 2) เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของข้าราชการครูจำแนกตามตำแหน่งหน้าที่ วุฒิการศึกษา และขนาดของโรงเรียน และ 3) เพื่อศึกษาปัญหา และแนวทางการเสริมสร้างประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 3 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้วิจัย คือข้าราชการครูของโรงเรียน สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 3 ปีการศึกษา 2558 จานวน 457 คน จำแนกเป็นผู้บริหารโรงเรียน จานวน 140 คน และครูผู้สอน จานวน 317 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วยแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่า t และการทดสอบค่า F และทดสอบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีของ Scheffe’ ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลการศึกษาสภาพการเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการในสถานศึกษา พบว่า โดยภาพรวมและรายด้าน อยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน 2. ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของข้าราชการครูเกี่ยวกับสภาพและปัญหาการเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการในสถานศึกษา พบว่า จำแนกตามตำแหน่งหน้าที่ และวุฒิการศึกษา โดยภาพรวมและรายด้าน ไม่แตกต่างกัน ส่วนจำแนกตามขนาดของโรงเรียน ด้านการนาผลการประเมินไปปรับปรุง และด้านการประเมินผล ระหว่างโรงเรียนขนาดใหญ่กับโรงเรียนขนาดกลาง และโรงเรียนขนาดใหญ่กับโรงเรียนขนาดเล็ก ความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 ส่วนโรงเรียนขนาดกลางกับโรงเรียนขนาดเล็ก ไม่แตกต่างกัน 3. ผลการศึกษาแนวทางการการเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการในสถานศึกษา พบว่า สถานศึกษาต้องมีการศึกษาวิเคราะห์เป้าหมายและแนวทางการดาเนินการ โดยมีการพัฒนาในแต่ละด้านต้องกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จของแต่ละกิจกรรมในการพัฒนาการเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ทุกฝ่ายต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาและดาเนินการ ปรับปรุงแก้ไข โดยใช้วงจรคุณภาพ PDCA เข้ามาเป็นตัวกาหนดกรอบการดาเนินงานทุกระบบ ABSTRACT The purposes of the research were to study the states of a promotion of the performance efficiency; to compare the opinions of the teachers as classified by positions, educational levels and school sizes, and to examine the problems and guidelines to create the performance efficiency in the schools under the jurisdiction of the Office of Ubon Ratchathani Primary Education Service Area 3. The samples used in the research were 457 teachers of the schools under the Office of Ubon Ratchathani Primary Education Service Area 3. The research instrument was a questionnaire. Statistics used in data analysis were frequency, percentage, mean, standard deviation, t-test and F-test, and Scheffe’s paired test. The research findings were as follows : 1. The states of creating the performance efficiency in the schools under study were found to be at the highest level in all aspects. 2. Concerning a comparison of the opinions of the teachers on the states and problems of creating the performance efficiency in the schools in question, it was found that the opinions of the teachers who were classified by positions and educational levels were not different. The opinions of the teachers as classified by the school sizes (between the large schools and the medium-sized schools) were different with a statistical significance of .05. The opinions of the teachers as classified by the medium-sized and small-sized schools were not different. 3. The study of the guidelines of creating the performance efficiency showed that the schools had to study and analyze the objectives and guidelines. In each aspect, there had to be an indicator of an activity success. All parties concerned had to participate in developing and implementing by using PDCA to determine the framework of a system.
มหาวิยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Address: อุบลราชธานี
Email: info.lib@ubru.ac.th
Role: อาจารย์ที่ปรึกษา
Created: 2559
Modified: 2560-05-23
Issued: 2560-03-29
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
tha
Spatial: ไทย
©copyrights มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
RightsAccess:
ลำดับที่.ชื่อแฟ้มข้อมูล ขนาดแฟ้มข้อมูลจำนวนเข้าถึง วัน-เวลาเข้าถึงล่าสุด
1 titlepage.pdf 257.47 KB38 2024-05-19 20:51:59
2 abstract.pdf 282.28 KB30 2024-05-19 20:52:12
3 content.pdf 292.53 KB20 2023-02-15 10:50:07
4 chapter 1.pdf 312.95 KB39 2023-02-09 12:03:32
5 chapter 2.pdf 787.08 KB73 2024-07-09 16:46:08
6 chapter 3.pdf 399.95 KB33 2024-07-09 16:45:56
7 chapter 4.pdf 426.84 KB32 2023-02-09 12:03:57
8 chapter 5.pdf 301.24 KB39 2025-05-05 23:19:09
9 bibliography.pdf 318.63 KB35 2025-05-05 23:25:41
10 appendix.pdf 338.49 KB31 2024-03-11 00:02:42
11 biodata.pdf 245.47 KB20 2023-02-09 12:04:47
ใช้เวลา
0.042932 วินาที

ดนัยวิชญ์ แก้วสุพรรณ
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 61
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 4,073
รวม 4,134 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 120,110 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 1,823 ครั้ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ = 4 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสงฆ์ = 3 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล = 2 ครั้ง
รวม 121,942 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.134
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.216.189