Title
การศึกษาประสิทธิภาพของคอลลาเจนเปปไทด์ชนิดรับประทานต่อการลดเลือนริ้วรอยและเพิ่มความชุ่มชื่นของผิวหนัง
Title Alternative
The effect of oral collagen peptide supplementation to reduce skin wrinkle and improve skin moiture
Title Alternative
Effect of oral collagen peptide supplementation to reduce skin wrinkle and improve skin moiture
Organization :
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
Description
Abstract:
ริ้วรอยเป็นปัญหาที่บ่งบอกถึงความแก่ชรา โดยเฉพาะบนใบหน้า ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ทำให้เสียความมั่นใจและมีปมด้อย อาจทำให้เกิดปัญหาด้านการงานและสังคม ทำให้ปัจจุบันมีคนมาให้ความสนใจในการดูแลตัวเองมากขึ้น เพื่อชะลอความแก่ชรา ซึ่งจะเห็นได้ตามท้องตลาด มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ช่วยชะลอวัยมากขึ้น โดยเฉพาะคอลลาเจน ที่มีการอ้างถึงคุณสมบัติในการชะลอวัย ซึ่งการวิจัยที่ช่วยสนับสนุนยังมีไม่เพียงพอ และยังไม่ทราบผลลัพธ์ที่แน่ชัด
วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพของคอลลาเจนเปปไทด์ชนิดรับประทาน ในการช่วยลดเลือนริ้วรอย และการเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง
วิธีการศึกษา เป็นการศึกษาเชิงการทดลองทางคลินิคแบบดำเนินไปข้างหน้า โดยเลือกอาสาสมัครที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยการสุ่มอย่างเป็นระบบตามวิธีการทางสถิติ ปิดทั้งสองด้านทั้งผู้วิจัยและอาสาสมัคร (randomized double-blind, placebo-control study) โดยคัดเลือกอาสาสมัครเพศหญิงอายุ 30-65 ปี ได้รับการประเมินโดยแพทย์ว่ามีริ้วรอยรอบดวงตา จำนวน 60 คน โดยได้ให้อาสาสมัครจำนวน 30 คน รับประทานคอลลาเจนชนิดผงปริมาณ 5 กรัมต่อวัน เปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก (ไฟเบอร์) 5 กรัมต่อวัน เป็นเวลาทั้งหมด 8 สัปดาห์ จากนั้นประเมินผลก่อนและหลังการรักษา โดยติดตามผลการรักษาสัปดาห์ที่ 0, 4 และ 8 โดยประเมินริ้วรอยใช้ Visioscan®VC98 ประเมินความยืดหยุ่นของผิวหนังใช้ Cutometer®MPA580 ประเมินความชุ่มชื้นใช้ Corneometer® และประเมินความพึงพอใจหลังใช้ผลิตภัณฑ์
คอลลาเจนเปปไทด์ที่ใช้ในการทดลองนี้ผลิตจากปลาทะเลน้ำลึก ปริมาณ 5,000 มิลลิกรัม นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น โดยบริษัทนูทราเมดิก้า ส่วนยาหลอก ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์ 5,000 มิลลิกรัม ผลิตมาจากกัวกัมและไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำ การทดลองน้ำผ่านการขออนุญาตการทดลองในมนุษย์แล้ว
ผลการทดลอง ค่าเฉลี่ยของริ้วรอยบริเวณหางตาหลังวัดผล 8 สัปดาห์ เทียบระหว่างกลุ่มที่ได้รับคอลลาเจนเปปไทด์และยาหลอกพบว่าริ้วรอยลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติด้วยค่า p-value เท่ากับ 0.005 และเมื่อเทียบในกลุ่มเดียวกันของอาสาสมัครที่ได้รับคอลลาเจนระหว่างก่อนทดลอง (สัปดาห์ที่ 0) และหลังทดลอง (สัปดาห์ที่ 8) พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติด้วยค่า p-value เท่ากับ 0.0035 ส่วนในกลุ่มที่ได้รับยาหลอกพบว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติด้วยค่า p-value เท่ากับ 0.073 ความชุ่มชื้นของผิวหนังเมื่อเทียบระหว่างกลุ่มที่ได้รับคอลลาเจนและยาหลอกพบว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติด้วยค่า p-value เท่ากับ 0.025 เมื่อเปรียบเทียบภายในกลุ่มระหว่างก่อนทดลองและหลังทดลองพบว่าทั้งสองกลุ่มมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเช่นกัน ค่า p-value เท่ากับ <0.001 และ 0.004 ตามลำดับ ผลความยืดหยุ่นของผิวหนังเมือเทียบระหว่างกลุ่มคอลลาเจนและยาหลอกพบว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value=0.124) ผลประเมินความพึงพอใจหลังการใช้ผลิตภัณฑ์เทียบสองกลุ่มไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value=0.31)
สรุปผลการวิจัย การรับประทานคอลลาเจนเปปไทด์มีส่วนช่วยในการลดเลือดริ้วรอยและช่วยลดการเสียความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนังได้ในอาสาสมัครอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติหลังรับประทานเป็นเวลา 8 สัปดาห์ ผลความยืดหยุ่นของผิวหนังของทั้งสองกลุ่มพบว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลประเมินความพึงพอใจหลังการใช้ผลิตภัณฑ์เทียบสองกลุ่มไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
Abstract:
Wrinkles is the sign of aging especially on the face. In the recent years, functional foods claiming health benefits have increased enormously, and the food industry has become interested in the field of skin care. However, there is only a limited number of clinical studies supporting these claims.
The objective of this research was to study the effectiveness of collagen peptide on skin biophysical parameters related to cutaneous aging.
Materials and methods: Healthy woman volunteers in Mae Fah Luang University hospital age between 30 60 years old total 60 people, 30 people ingested the collagen peptide powder 5 gram per day compare with placebo control group ingested fiber powder 5 gram per day. The wrinkles were measure by Visioscan®VC98, the skin elasticity was measure by Cutometer® MPA580, skin moisture was measure by Corneometer® at 0, 4 and 8 week. The satisfied scores were evaluated at week 8.
The result after 8 weeks the wrinkles significantly decreased and skin moisture significantly slowly decrease in collagen peptide group compare with control group. Not significant satisfied score between 2 groups.
Publisher
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง. ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา
Source
CallNumber:
วพ. WR102 ศ667ก 2558
Rights
©copyrights มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง