แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

สภาพการบริหารงานนิเทศภายในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา อุบลราชธานี เขต 5
Internal Supervision of the Schools Affiliated to Ubon Ratchathani Primary Educational Service Area 5

keyword: การบริหารงานนิเทศ
ThaSH: สถานศึกษา -- การบริหาร
Classification :.DDC: 371.2
ThaSH: การนิเทศการศึกษา
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพการบริหารงานนิเทศภายในของสถานศึกษาสังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานีเขต 5 และเปรียบเทียบสภาพการดาเนินงานการนิเทศภายใน ของสถานศึกษาสังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานีเขต 5 โดยจาแนกตาม เพศ ตาแหน่งและขนาดของโรงเรียน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยข้าราชการครู ที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษาสังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานีเขต 5 ซึ่งการกาหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางสาเร็จรูปของ Krecie and Morgan ด้วยวิธีการเลือกแบบเจาะจง ประกอบด้วย ผู้บริหารโรงเรียน จานวน 91 คน ครูผู้รับผิดชอบงานนิเทศภายใน จานวน 91 คน ครูผู้ทาหน้าที่หัวหน้ากลุ่มงาน จานวน 364 คน รวมทั้งสิ้น จานวน 546 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จานวน 60 ข้อ มีความเชื่อมั่นเท่ากับ .96 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่า t และ ค่า f การวิเคราะห์ความแปรปรวนและการทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ด้วยวิธีการของ Scheffe’ ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพการบริหารงานนิเทศภายในของสถานศึกษาสังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานีเขต 5 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการวางแผนการนิเทศภายใน รองลงมา คือ ด้านการดาเนินการนิเทศภายใน ด้านการประเมินผลการนิเทศภายใน และด้านการสรุปและการรายงานผลการนิเทศภายใน ตามลาดับ 2. การเปรียบเทียบสภาพการบริหารงานนิเทศภายในของสถานศึกษาสังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานีเขต 5 จาแนกตามเพศ ตาแหน่งและขนาดของสถานศึกษา ดังนี้ 2.1 เปรียบเทียบสภาพการบริหารงานนิเทศภายในของสถานศึกษาสังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานีเขต 5 จาแนกตามเพศ พบว่าทั้งเพศชายและเพศหญิงโดยภาพรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน 2.2 เปรียบเทียบสภาพการบริหารงานนิเทศภายในของสถานศึกษาสังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานีเขต 5 จาแนกตามตาแหน่ง ทั้งโดยภาพรวมและรายด้านทุกด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2.3 เปรียบเทียบสภาพการบริหารงานนิเทศภายในของสถานศึกษาสังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานีเขต 5 จาแนกตามขนาดของโรงเรียน พบว่าโดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่าด้านการวางแผนการนิเทศภายในแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการบริหารงานนิเทศภายในของสถานศึกษาสังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานีเขต 5 3.1 ด้านการวางแผนการนิเทศภายใน ควรมีการอบรมประชุมวางแผนสาหรับการนิเทศภายใน ร่วมมือกับทุกภาคีเครือข่ายในการวางแผนการจัดการนิเทศ การวางแผนการนิเทศภายในควรดาเนินการอย่างจริงจังเพื่อให้ครูและผู้นิเทศได้ปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด ประชุมชี้แจงการนิเทศให้ชัดเจนและเป็นไปแบบกัลยาณมิตร 3.2 ด้านการดาเนินการนิเทศภายใน การดาเนินการไม่ต่อเนื่องขาดการประเมินติดตาม ควรดาเนินการตามแผนการดาเนินการนิเทศตามปฏิทินที่วางไว้อย่างเคร่งครัด มีการแต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศภายใน ดาเนินการนิเทศภายในด้วยวิธีการที่หลากหลาย 3.3 ด้านการประเมินผลการนิเทศภายใน มีการประเมินผลการนิเทศน้อย ควรรายงานผลการนิเทศอย่างเป็นระบบและให้รวดเร็วที่สุดและเป็นรูปธรรม โดยให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการประเมินผลการนิเทศภายใน 3.4 ด้านการสรุปและรายงานผลการนิเทศภายใน ควรจัดทาเป็นเอกสารเอกสารสรุปผลการนิเทศภายใน อย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรมแจ้งให้ผู้รับการนิเทศทราบเพื่อการพัฒนาและเผยแพร่ผลการนิเทศอย่างเป็นระบบและรวดเร็ว The research aimed to study and compare the internal supervision of the schools attached to Ubon Ratchathani Primary Educational Service Area 5 as classified by sex, positions and school size. The samples used in the research were the teachers who were attached to Ubon Ratchathani Primary Educational Service Area 5. They were derived by a specific sampling, consisting of 91 administrators, 91 teachers responsible for the internal supervision and 364 teachers who were the heads of the work unit. The research instrument was a five-rating scale questionnaire of 60 items with a confidence value equivalent to .96. Statistics used in data analysis were percentage, mean, standard deviation, t-test and F-test, variance analysis and Scheffe’ method. The research findings were as follows. 1. The internal supervision in the schools under Ubon Ratchathani Primary Educational Service Area 5 was at a high level as shown in order of declining significance: supervision planning, implementation, evaluation, conclusion and reports respectively. 2. A comparison of the internal supervision in the schools under study as classified by sex, positions and school size revealed the following. 2.1 The internal supervision as classified by sex in the schools under Ubon Ratchathani Primary Educational Service Area 5 showed not difference. 2.2 The internal supervision in the schools under study as classified by positions was different with a statistical significance of .05. 2.3 A comparison of the internal supervision in the schools in the study as classified by the school size revealed no difference. Regarding individual aspects, it was different with a statistical significance of .05. 3. The recommendations on the internal supervision were as follows. 3.1 On supervision planning: the meeting of all those concerned was necessary to plan a supervision which was to seriously taken up by the teachers. The plan had to be clear and at the same time friendly to all parties involved. 3.2 On implementation: the implementation should be continous as scheduled, the committee responsible for the job should be appointed and the supervision should be undertaken in a variety of ways. 3.3 On evaluation: the reports should be systematic and fast. All should participate in the evaluation process. 3.4 On conclusion and reports: the documents on the supervision should be systematized and orderly. The supervisees should be informed of the implementation in a systematic and fast method.
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Address: อุบลราชธานี
Email: info.lib@ubru.ac.th
Role: อาจารย์ที่ปรึกษา
Created: 2558
Modified: 2559-03-08
Issued: 2559-03-03
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
tha
Spatial: ไทย
©copyrights มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
RightsAccess:
ลำดับที่.ชื่อแฟ้มข้อมูล ขนาดแฟ้มข้อมูลจำนวนเข้าถึง วัน-เวลาเข้าถึงล่าสุด
1 title.pdf 186.65 KB89 2025-03-06 17:05:01
2 abstract.pdf 280.55 KB94 2026-02-07 21:05:52
3 content.pdf 315.33 KB83 2024-10-20 14:22:18
4 chapter1.pdf 911.72 KB125 2026-02-07 20:58:45
5 chapter2.pdf 6.52 MB189 2025-12-03 14:32:14
6 chapter3.pdf 955.47 KB111 2026-02-07 20:59:21
7 chapter4.pdf 1.74 MB111 2026-02-07 21:01:50
8 chapter5.pdf 992.75 KB114 2026-02-07 21:05:33
9 bibliography.pdf 242.37 KB92 2024-10-20 14:23:38
10 appendix.pdf 300.01 KB84 2024-10-20 14:23:41
11 biodata.pdf 218.96 KB73 2024-10-20 14:23:44
ใช้เวลา
0.081728 วินาที

รุ่งทิพย์ ทานุ
อ.ดร.สุวิมล โพธิ์กลิ่น
Title Creator Type and Date Create
สภาพการบริหารงานนิเทศภายในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา อุบลราชธานี เขต 5
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
อ.ดร.สุวิมล โพธิ์กลิ่น
รุ่งทิพย์ ทานุ
วิทยานิพนธ์/Thesis
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 116
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 9,855
รวม 9,971 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 511,979 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 2,294 ครั้ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ = 82 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล = 20 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเอกชน = 5 ครั้ง
หน่วยงานอื่น = 4 ครั้ง
สถาบันพระบรมราชชนก = 2 ครั้ง
รวม 514,386 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.134
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.216.13