แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

ที่มาและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2542
Inception and Power and Duty of The Nationnal Human Rights Commission According to Procisions of The Constitution and The Nationnal Human Rights Act B.E. 2542

ThaSH: คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ -- กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ.
ThaSH: สิทธิมนุษยชน -- กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ.
Abstract: สิทธิมนุษยชนได้พัฒนามาตั้งแต่สมัยกรีก โรมัน จนประเทศต่างได้นำไปเป็นแบบอย่างอยู่ในปัจจุบัน ประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน แม้ว่าคนไทยจะคุ้นเคยกับสิทธิมนุษยชนมาช้านานและได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญเกือบทุกฉบับ แต่สิทธิเหล่านั้นก็ไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างจริงจัง ซ้ำยังมีแนวโน้มที่จะถูกละเมิดมากขึ้น จนมีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อเป็นพื้นฐานการปฏิรูปการเมือง โดยมี "องค์กรอิสระ" เป็นกลไกที่จะดูแลและควบคุมให้บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญได้รับการปฏิบัติอย่างจริงจัง"คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ" เป็นองค์กรหนึ่งที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้องค์กรอิสระไม่อยู่ในอำนาจไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของบุคคลหรือองค์กรใด แต่ถูกควบคุมตรวจสอบและถอดถอนโดยวุฒิสภาและองค์กรอิสระด้วยกันเอง "คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ" จะทำหน้าที่ตรวจสอบและรายงานการละเมินสิทธิมนุษยชน โดยรัฐธรรมนูญบัญญัติให้จัดทำกฎหมายเพื่อจัดตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี นับแต่รัฐธรรมนูญ (พ.ศ. 2540) ใช้บังคับ แต่จนกระทั่งบัดนี (พฤศจิกายน 2544) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนก็ยังไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้ น่าจะมีสาเหตุมาจากบทบัญญัติแห่งกฎหมายคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ได้จัดทำขึ้นมาในภายหลังนั่นเองด้วยเหตุนี้ จึงได้ทำการศึกษาบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะได้ทราบถึงปัญหาอุปสรรคและหาแนวทางแก้ไขปัญหาในบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวจากการศึกษาพบว่าบทบัญญัติของกฎหมายไม่มีความชัดเจนและไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ดังนี้ 1. กฎหมายไม่กำหนดรายละเอียด เกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการสรรหาฯและเหตุที่จะทำให้กรรมการสรรหาพ้นจากตำแหน่ง 2. กฎหมายไม่กำหนดจำนวนบุคคลฯ ที่คณะกรรมการสรรหาฯ จะต้องสรรหาเพื่อเสนอให้วุฒิสภาเลือกใหม่ (ในกรณีที่วุฒิสภาเลือกกรรมการฯ ครั้งที่สองแล้วยังได้กรรมการไม่ครบสิบเอ็ดคน) 3. บทบัญญัติแห่งกฎหมายไม่สัมพันธ์กัน คือบทบัญญัติมาตรา 7 กำหนดให้ผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการจะปฏิบัติหน้าที่ได้ ต่อเมื่อลาออกจากตำแหน่งต่างๆ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับเลือกจากวุฒิสภา ซึ่งไม่สอดคล้องสัมพันธ์กับขั้นตอนและวิธีการเลือกกรรมการฯ ตามมาตรา 8 ที่ต้องใช้เวลานานกว่าจะเลือกกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้ครบจำนวน จึงสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ได้รับเลือกที่ต้องลาออกจากงานทั้งที่ยังไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง เพราะวุฒิสภาเลือกกรรมการได้ไม่ครบสิบเอ็ดคน จึงยังไม่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนใดๆ 4. บทบัญญัติของกฎหมายไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ คือกฎหมายไม่ให้ความเป็นอิสระในด้านงบประมาณแก่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แต่กำหนดให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้ และเมื่อได้รับงบประมาณแล้ว ว่าไม่สามารถว่างกฎ ระเบียบเพื่อบริหารงบประมาณให้มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวได้ข้อเสนอแนะปัญหาเกิดจากบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ไม่มีความชัดเจน ไม่ครอบคลุมและไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ จึงควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเหล่านั้นให้ชัดเจนครอบคลุมและสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญดังนี้1. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติในมาตรา 8 เพื่อให้การสรรหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องไม่หยุดชะงักแม้จะมีกรรมการสรรหาพ้นจากตำแหน่ง และเพื่อให้คณะกรรมการสรรหาฯที่ทำหน้าที่สรรหาในคราวแรก ได้ทำหน้าที่สรรหาต่อไป (ในกรณีที่วุฒิสภาเลือกกรรมการได้ไม่ครบสิบเอ็ดคน) และกำหนดจำนวนบุคคลที่คณะกรรมการสรรหาจะต้องสรรหา เพื่อให้วุฒิสภาเลือกเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติใหม่ 2. เพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เพื่อกำหนดรายละเอียดการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการสรรหาและการดำเนินการเลือกซ่อม (ในกรณีกรรมการสรรหาพ้นจากตำแหน่ง) 3. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ให้สอดคล้องต้องกัน โดยการกำหนดให้ผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการ ต้องลาออกจากตำแหน่ง (ที่กฎหมายกำหนดไว้) ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่วุฒิสภาเลือกกรรมการได้ครบจำนวน(มาตรา7) เพื่อให้สอดคล้องกับวิธีการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (มาตรา 8 ) ที่ต้องใช้เวลานานกว่าเลือกกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ครบจำนวน4. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติในมาตรา 21 เพื่อให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้รับการจัดสรรงบประมาณประจำปีเป็นเงิน "อุดหนุน" ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและมีอิสระในด้านงบประมาณมากยิ่งขึ้น
มหาวิทยาลัยรามคำแหง.สำนักหอสมุดกลาง
Address: กรุงเทพมหานคร (Bangkok)
Email: dcms@lib.ru.ac.th
Role: คณะกรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์
Role: คณะกรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์
Created: 2544
Modified: 2549-05-28
วิทยานิพนธ์/Thesis
ISBN: 9743136282
ม.ร. พ297 2544
tha
©copyrights มหาวิทยาลัยรามคำแหง
RightsAccess:
ลำดับที่.ชื่อแฟ้มข้อมูล ขนาดแฟ้มข้อมูลจำนวนเข้าถึง วัน-เวลาเข้าถึงล่าสุด
1 title.pdf 126.46 KB183 2025-09-16 10:00:21
2 abstract.pdf 307.31 KB150 2025-06-05 17:38:38
3 contents.pdf 163.18 KB276 2025-07-30 11:37:15
4 chapter1.pdf 1.29 MB295 2025-06-05 17:43:22
5 chapter2.pdf 2.7 MB323 2025-06-05 17:43:51
6 chapter3.pdf 3.81 MB211 2025-06-05 17:44:16
7 chapter4.pdf 2.03 MB175 2025-06-05 17:44:56
8 chapter5.pdf 1.34 MB174 2025-06-05 17:45:22
9 appendix.pdf 2.63 MB151 2025-06-05 17:45:46
10 bibliography.pdf 346.15 KB135 2025-06-05 17:46:17
11 vita.pdf 71.41 KB108 2025-06-05 17:47:29
ใช้เวลา
0.04601 วินาที

Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 10
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 2,102
รวม 2,112 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 380,246 ครั้ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ = 742 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 600 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล = 245 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเอกชน = 22 ครั้ง
หน่วยงานอื่น = 16 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสงฆ์ = 6 ครั้ง
สถาบันพระบรมราชชนก = 2 ครั้ง
สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน = 1 ครั้ง
รวม 381,880 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.134
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.216.87