Abstract:
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยกลุ่มร่วมมือ แบบ STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องความน่าจะเป็นชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ด้วยกลุ่มร่วมมือแบบ STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องความน่าจะเป็น ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก่อนเรียน หลังเรียน 3) ศึกษาความคงทนในการเรียนรู้ด้วยแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยกลุ่มร่วมมือ แบบ STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องความน่าจะเป็น ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอนุบาลหัวตะพาน (รัตนวารี) อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 จำนวน 30 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม โดยใช้โรงเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ 1) แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยกลุ่มร่วมมือแบบ STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องความน่าจะเป็นชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 7 แผน 15 ชั่วโมง 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องความน่าจะเป็น ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าทีแบบกลุ่มสัมพันธ์
ผลการวิจัยพบว่า
จากการวิเคราะห์ข้อมูลสรุปผลได้ดังนี้
1. ประสิทธิภาพของพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยกลุ่มร่วมมือ แบบ STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องความน่าจะเป็นชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีประสิทธิภาพเท่ากับ78.27/78.83
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้หลังเรียนด้วยวิธีการสอนกลุ่มร่วมมือ แบบ STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องความน่าจะเป็น ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนกับคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน 2 สัปดาห์ของนักเรียนในการเรียนรู้ด้วยแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยกลุ่มร่วมมือแบบ STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องความน่าจะเป็น ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ไม่แตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญ 0.05
The purposes of this research were 1) to develop the cooperative learning activity plan by STAD in Mathematics learning group about probability for Prathom Suksa 6 with the criterion efficiency value of 75/75, 2) to compare the students learning achievements before and after learning through the cooperative learning activity plan by STAD in Mathematics learning group about probability for Prathom Suksa 6 and 3) to compare knowledge retention through the cooperative learning activity plan by STAD in Mathematics learning group about probability for Prathom Suksa 6.
The samples were 30 Prathom Suksa 6 students of Anubanhuataphan School under Amanat Charoens Primary Educational Service Area in the first semester of the academic year 2012, derved by a cluster random sampling.
The research instruments were 1) seven lesson plans for the cooperative leaning activity STAD on probability for Prothom Suksa 6 students, 2) The 30-item learning achievement test on mathematics of multiple choice. Statististics used in data analysis were percentage, mean, standard deviation, and t-test for dependent samples.
The results of this study were as follows:
1. The effectiveness of the cooperative learning activity plan by STAD in Mathematics Learning Group about Probability for Prathom Suksa 6 was at 78.27/78.83
2. The learning achievement posttest by using the cooperative learning activity by STAD in Mathematics Learning Group about Probability for Prathom Suksa 6 was significantly higher than the pretest at the 0.05 level.
3. The Prathom Suksa 6 students have an average scores and retention after learning the cooperative learning activity plan by STAD in Mathematics learning group about probability for Prathom Suksa 6 were not significantly different at the average 0.05 level.