แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

การนำหลักสาราณียธรรมไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรทาง การศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด

keyword: พระปริยัติธรรม
Abstract: บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ ๑) เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลของบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด ๒) เพื่อศึกษาระดับการนำหลักสาราณียธรรมไปใช้ในการปฏิบัติงาน ของบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด ๓) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบความแตกต่างจำแนกตามเพศอายุและระดับการศึกษา การนำหลักสาราณียธรรมไปใช้ในการปฏิบัติงาน ของบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด ๔) เพื่อศึกษาแนวทางการนำหลักสาราณียธรรมไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด ประชากรได้แก่ บุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด รวมทั้งสิ้น จำนวน ๑๐๓ รูป/คน มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ ๐.๘๔ โดยกำหนดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีของ Yamane ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน ๘๒ รูป/คน สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบที (t- test แบบ Independent sample) การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (F-test แบบ One way ANOVA) และการทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ด้วยวิธีการของเชฟเฟ่ (Scheffe’) ผลการวิจัย พบว่า ปัจจัยส่วนบุคคลของบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด พบว่า เพศชาย คิดเป็นร้อยละ ๕๗.๓๒ และเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ ๔๒.๖๘ ซึ่งมีอายุระหว่าง ๒๐ - ๓๕ ปี คิดเป็นร้อยละ ๓๐.๔๙ อายุระหว่าง ๓๖ - ๕๐ ปี คิดเป็นร้อยละ ๓๖.๕๙ และมีอายุระหว่าง ๕๑ – ๖๕ ปี คิดเป็นร้อยละ ๓๒.๙๓ และระดับการศึกษา ต่ำกว่าปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ ๒๔.๓๙ ระดับปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ ๕๔.๘๘ และปริญญาตรีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ ๒๐.๗๓ ระดับการนำหลักสาราณียธรรมไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด โดยภาพรวมและรายด้าน อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากทั้ง ๖ ด้าน โดยเรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย คือ ด้านเมตตากายกรรม ด้านเมตตามโนกรรม ด้านเมตตาวจีกรรม ด้านสาธารณโภคีโภคี ด้านสีลสามัญญตา และ ด้านทิฏฐิสามัญญตา ผลการเปรียบเทียบของการนำหลักสาราณียธรรมไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด จำแนกตามเพศ โดยภาพรวมและรายด้าน ไม่แตกต่างกัน ผลการเปรียบเทียบของการนำหลักสาราณียธรรมไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด ที่มีอายุต่างกัน โดยภาพรวมและรายด้าน แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕ อยู่ ๓ ด้าน คือ ด้านสาธารณโภคี ด้าน สีลสามัญญตา และด้านทิฏฐิสามัญญตา ส่วนด้านอื่นไม่แตกต่างกันทางสถิติ ผลการเปรียบเทียบของการนำหลักสาราณียธรรมไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการศึกษาบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด มีระดับการศึกษา ต่างกัน โดยภาพรวมและรายด้าน มีการนำหลักสาราณียธรรมไปใช้ในการปฏิบัติงาน ไม่แตกต่างกัน ข้อเสนอแนะการนำหลักสาราณียธรรมในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด พบว่า ผู้บังคับบัญชาควรติดตามดูแลงานอย่างใกล้ชิด ช่วยแนะนำเมื่อพบปัญหา และเพื่อนร่วมงานควรให้ความเป็นธรรมเสมอภาคกัน มีความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน มีน้ำใจช่วยเหลือกัน ฝึกอบรมในเรื่องของกิริยามรรยาทโดยการนำให้เข้ากับหลักธรรมมากที่สุด และฝึกอบรมอย่างสม่ำเสมอ จึงจำเป็นต้องรีบดำเนินการพัฒนาโดยเร่งด่วนเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจของบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด ในระดับมากที่สุดต่อไป
Abstract: ABSTRACT The main objectives of this thesis were: 1) to study the factors of the individual of the educational officers in Phrapariyattidhamma School, department of general studies, in Roi-et province, 2) to study the level-scale of Saraniyadhamma’s (virtues for fraternal living) implement in doing works of the educational officers in Phrapariyattidhamma School , department of general studies, in the area of Roi-et province, 3) to do a comparative study of age, gender, and educational achievement and the implement of Saraniyadhamma of the educational officers in Phrapariyattidhamma School, department of general studies, in Roi-et province, and 4) to study a process of applying Saraniyadhamma in doing works of the educational officers in Phrapariyattidhamma School, department of general studies, in Roi-et province. 103 of the educational officers (both monastic members and lay people) in Phrapariyattidhamma School, department of general studies, in the area of Roi-et province were the sample in this study, and had reliability at 0.84. This study applied Yamane’s methods in selecting the sample. And, the statistics used in this study were: Frequency, Percentage, Means, Standard deviation, T- test (Independent sample), F-test (One way ANOVA), and multiple comparison by using Scheffe’ method. The result of the study found that The factors of the individual of the educational officers in Phrapariyattidhamma School, department of general studies, in Roi-et province could be summarized thus male was 57.32 % and 42.68 % was for the female; age between 20-35 years old 30.49 %; age 36-50 was 36.59 % ; and age between 51-65 was 32.93 %. Among them, 24.39 % not yet achieved bachelor degree; those who graduated bachelor degree was 54.88 % ; and higher than bachelor degree was 20.73 %. The level-scale of the Saraniyadhamma or virtues for fraternal living’s implement in doing works of the educational officers in Phrapariyattidhamma School, department of general studies, in the area of Roi-et province, at the whole picture, resulted in high scale which could be categorized from largest to smallest as following: Mettakayakamma (to be amiable in deed, openly and in private), Ditthisamabbata (to be endowed with right views along with one’s fellows, openly and in private), Silasamabbata (to keep without blemish the rules of conduct along with one’s fellows, openly and in private), Mettamanokamma (to be amiable in thought, openly and in private), Mettavacikamma (to be amiable in word, openly and in private), and Sadharanabhogita (to share any lawful gains with virtuous fellows). There was no different in term of gender in applying Saraniyadhamma in doing works of the educational officers in Phrapariyattidhamma School, department of general studies, in Roi-et province, at the whole. The implement Saraniyadhamma in doing works of the educational officers in Phrapariyattidhamma School, department of general studies, in Roi-et province had some difference in term of age in which it had a remarkable statistical significance at .05. While examining in each aspects, it had remarkable statistical significance at .05 in 3 aspects namely: Sadharanabhogita, Silasamabbata , and Ditthisamabbata, but there were no differences for the other 3 aspects in term of statistic. The result of comparative approached in applying Saraniyadhamma in doing works of the educational officers in Phrapariyattidhamma School, department of general studies, in Roi-et province, in term of educational achievement , had no difference. The recommendation for implement the Saraniyadhamma in doing works of the Educational officers in Phrapariyattidhamma School, department of general studies, in Roi-et province found that the director should care about his controlees and gave them advice when it was suitable. Moreover, the colleagues should concern about righteous practices toward each number and always trained oneself in proper moral conducts. Therefore, it was very important to forester knowledge and understanding of Buddhist principles to the educational officers in Phrapariyattidhamma School, department of general studies, in Roi-et province for the progressive educational achievement.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. สำนักหอสมุดและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Address: กรุงเทพมหานคร
Email: library@mcu.ac.th
Role: อาจารย์ที่ปรึกษา
Issued: 2556-09-09
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
tha
©copyrights มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
RightsAccess:
ใช้เวลา
0.022584 วินาที

พระมหามิตร ฐิตปญฺโญ, ดร. ป.ธ.๔ , พธ.บ.(รัฐศาสตร์),พธ.ม.(พระพุทธศาสนา), Ph.D.( Buddhist ).
Title Creator Type and Date Create
การนำหลักสาราณียธรรมไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรทาง การศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระมหามิตร ฐิตปญฺโญ, ดร. ป.ธ.๔ , พธ.บ.(รัฐศาสตร์),พธ.ม.(พระพุทธศาสนา), Ph.D.( Buddhist ).;ผศ.ดร.สุวิน ทองปั้น, พธ.บ.( ปรัชญา ), M.A.(Phil.), Ph.D.(Phil.)
พระมหาไพทูรย์ จิตฺตทนฺโต (ลุนพันธ์)
วิทยานิพนธ์/Thesis
ผศ.ดร.สุวิน ทองปั้น, พธ.บ.( ปรัชญา ), M.A.(Phil.), Ph.D.(Phil.)
Title Creator Type and Date Create
ศึกษาความคิดเห็นต่อการเรียนธรรมศึกษาของนักเรียนในเขตตำบลหนองแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระมหามิตร ฐิตปญฺโญ, ดร., ป.ธ.๔ , พธ.บ.(รัฐศาสตร์),พธ.ม.(พระพุทธศาสนา), Ph.D.( Buddhist ). ;ผศ.ดร.สุวิน ทองปั้น, พธ.บ.( ปรัชญา ), M.A.(Phil.), Ph.D.(Phil.)
พระมหาสุรชาติ สิริเตโช
วิทยานิพนธ์/Thesis
ศึกษาประสิทธิภาพของการเรียนการสอนวิชาพระพุทธศาสนาของพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนเวฬุวันวิทยา ตำบลหนองไผ่ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระมหาดาวสยาม วชิรปญฺโญ, ดร. ป.ธ. ๖, พธ.บ., M.A.(สันตกฤต), Ph.D.(พุทธศาสนา);ผศ.ดร.สุวิน ทองปั้น, พธ.บ.( ปรัชญา ), M.A.(Phil.), Ph.D.(Phil.);ดร.ไพฑูรย์ สวนมะไฟ, ป.ธ.๔ , ศน.บ. (ปรัชญา), M.A.(Buddhist), Ph.D. (Buddhist)
พระครูธวัชอินทวงศ์ (สกล อินฺทวํโส/ตรีกุล)
วิทยานิพนธ์/Thesis
การนำหลักสาราณียธรรมไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรทาง การศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระมหามิตร ฐิตปญฺโญ, ดร. ป.ธ.๔ , พธ.บ.(รัฐศาสตร์),พธ.ม.(พระพุทธศาสนา), Ph.D.( Buddhist ).;ผศ.ดร.สุวิน ทองปั้น, พธ.บ.( ปรัชญา ), M.A.(Phil.), Ph.D.(Phil.)
พระมหาไพทูรย์ จิตฺตทนฺโต (ลุนพันธ์)
วิทยานิพนธ์/Thesis
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 0
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 1,631
รวม 1,631 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 35,524 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 11 ครั้ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ = 2 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเอกชน = 2 ครั้ง
รวม 35,539 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.134
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.216.181