แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

การศึกษาเรื่องการประเมินสถานการณ์ใช้คลื่นความถี่วิทยุย่าน 1885-3000 MHz
1885-3000 MHz. Radio frequencies usages evaluation and consideration

ThaSH: การกำหนดย่านความถี่วิทยุ -- วิจัย
Classification :.DDC: 384.54524
ThaSH: คลื่นความถี่วิทยุ -- วิจัย
ThaSH: คลื่นความถี่วิทยุ -- การจัดการ -- วิจัย
ThaSH: วิทยุคมนาคม -- การจัดการ -- วิจัย
Abstract: ปัจจุบันสถานการณ์ใช้ความถี่ย่าน 1885 – 3000 MHz ในประเทศไทยมีการจัดสรรให้ใช้งานจำนวน 839.3 MHz คิดเป็นร้อยละ 75.3 ของ Bandwidth 1,115 MHz โดยใช้งานในกิจการโทรคมนาคมและกิจการวิทยุโทรทัศน์เป็นหลัก สำหรับกิจการโทรคมนาคมได้ใช้งานบริการเชื่อมโยงภาคพื้นดินแบบ Point-to-Point และแบบ Point-To-Multipoint จำนวน 631.3 MHz ส่วนกิจการวิทยุโทรทัศน์ได้ใช้งานแบบโทรทัศน์บอกรับสมาชิกระบบ Analog MMDS (Multichannel Multipoint Distri-bution Service) ระบบ Digital MMDS ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล จำนวน 208 MHz แบ่งเป็นกิจการของกรมประชาสัมพันธ์ จำนวน 3 ช่องสัญญาณ และกิจการวิทยุโทรทัศน์ของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ได้รับการจัดสรรจำนวน 23 ช่องสัญญาณ แต่ปัจจุบันบริษัท อสมทฯ ได้ออกอากาศ เพียง 3 ช่องสัญญาณและกรมประชาสัมพันธ์ ได้ออกอากาศ 3 ช่องสัญญาณ ย่านความถี่ 1885-3000MHz ปัจจุบันมีผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้งาน 17 หน่วยงาน สรุปการประเมินสถานการณ์การใช้ความถี่ 1885-3000MHz การประเมินสถานการณ์การใช้ความถี่ปัจจุบันครั้งนี้พบว่า ย่านความถี่ 1885-3000 MHz มีการใช้ในกิจการโทรคมนาคมและกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์เป็นส่วนใหญ่ ทั้งสองกิจการมีผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศโดยสรุปดังนี้ การประเมินผลกระทบต่อประชาชนระดับชาติและระดับท้องถิ่น ผลกระทบต่อประชาชนด้านการศึกษาและวัฒนธรรม : 21.5 และ 20.49% ผลกระทบต่อประชาชนด้านความมั่นคงของรัฐ : 37.1% ผลกระทบต่อประชาชนด้านประโยชน์สาธารณะ : 20% การประเมินประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของการใช้ความถี่ ประสิทธิภาพและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและสังคม : 12 และ 12.5% ประสิทธิภาพและความคุ้มค่าทางการเมือง และกฎหมาย : 12.5% ประสิทธิภาพและความคุ้มค่าทางเทคโนโลยี : 8.93% การแข่งขันเสรี : 0% การกระจายการใช้ประโยชน์อย่างทั่วถึง : 66.07% เนื่องจากความถี่ในย่าน 1885-3000 MHz มีบางส่วนที่ได้รับการจัดสรรให้ใช้ในกิจการโทรทัศน์ ระบบ MMDS ดังนั้น จึงยังไม่สามารถจะกำหนดและจัดสรรความถี่ใหม่ในย่านดังกล่าวได้ แต่การใช้เทคโนโลยี BWA (WiMAX) ในย่านความถี่นี้จะทำให้เพิ่มประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในการใช้ความถี่ และเป็นอุปสงค์ของตลาดโทรคมนาคมในปัจจุบัน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องกำหนดและจัดสรรความถี่ใหม่อย่างเร่งด่วน โดยในเบื้องต้นจะต้องกำหนดและจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ในย่าน 2300-2400 MHz ก่อนเพื่อตอบสนองความจำเป็นดังกล่าว ทั้งนี้ เพราะเหตุผลที่ว่าจะเกิดปัญหาและอุปสรรคในการกำหนดและจัดสรรความถี่ใหม่น้อยกว่าในการไปจัดสรรย่านความถี่อื่น เมื่อนำเทคโนโลยี BWA เช่น WiMAX มาใช้กับความถี่ในย่านนี้ คาดว่าจะมีผลกระทบในทางที่ดีต่อประชาชนในระดับชาติและในระดับท้องถิ่นในด้านต่างๆ ดังกล่าวอยู่ในระดับสูง ทั้งยังมีประสิทธิภาพและความคุ้มค่าสูงกว่าที่จะใช้ความถี่ในกิจการเดิมอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับสถานการณ์ใช้ความถี่ย่าน 2300-2400 MHz มีหน่วยงานที่ใช้งาน จำนวน 10 หน่วยงานดังแสดงในตาราง และในจำนวน 10 หน่วยงานดังกล่าวนี้ มีบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ใช้งานความถี่มากที่สุด คือ 64 MHz การกำหนดและจัดสรรความถี่ใหม่ในย่านนี้จึงทำได้ง่ายและรวดเร็วกว่า หากการเจรจาประสานงานบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ควรดำเนินการ ดังนี้ 1. เชิญหน่วยงานผู้ใช้ความถี่ย่าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม 2. ควรมีการกำหนดและจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ 3. การนำเทคโนโลยีใหม่มาทดแทน 4. ปรับเปลี่ยนขนาด Bandwidth ของผู้ใช้ความถี่ให้เหมาะสมกับการใช้งาน 5. ควรกำหนดให้มีการ reuse ความถี่ ของผู้ใช้ความถี่ให้มากขึ้น 6. การประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจของการใช้งานย่านความถี่ 2300-2500 MHz 7. การห้ามการขยายเครือข่าย และจำกัดการนำเข้าเครื่องวิทยุคมนาคมทดแทน 8. ควรประกาศและกำหนดหลักเกณฑ์ของการอนุญาตผู้ใช้ความถี่วิทยุดังกล่าว (ในระหว่างที่ยังไม่มีแผนความถี่วิทยุแห่งชาติ) 9. ควรเปิดโอกาสให้ผู้ที่ครอบครองความถี่ในย่านนี้อยู่เดิม ที่มีคุณสมบัติ และความสามารถในการให้บริการ สามารถเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีได้ 10. กสทช. หาวิธีการในการคำนวณเพื่อหามูลค่าประเมินคลื่นความถี่ 11. การจัดสรรความถี่วิทยุควรนำรูปแบบการจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุในรูแบบต่างๆให้เหมาะสมกับภารกิจในการนำไปใช้งาน ซึ่งมีทางเลือกหลักอยู่ 11 วิธี มาใช้ตามความเหมาะสม
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์. ศูนย์สนเทศและหอสมุด
Address: กรุงเทพมหานคร
Email: library@dpu.ac.th
Modified: 2556-12-02
Created: 2554
Issued: 2556-08-14
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
CallNumber: 384.54524 น648ก
tha
©copyrights มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
RightsAccess:
ลำดับที่.ชื่อแฟ้มข้อมูล ขนาดแฟ้มข้อมูลจำนวนเข้าถึง วัน-เวลาเข้าถึงล่าสุด
1 Cover.pdf 246.14 KB5 2025-08-26 10:29:41
2 ABS.pdf 316.12 KB7 2025-08-26 11:35:21
3 Chap_1.pdf 331.67 KB6 2025-08-26 10:29:58
4 Chap_2.pdf 446.08 KB5 2023-04-23 10:38:08
5 Chap_3.pdf 320.78 KB5 2023-04-23 10:38:13
6 Chap_4.pdf 457 KB5 2023-04-23 10:38:19
7 Chap_5.pdf 365.33 KB6 2025-08-26 11:14:26
8 App-bip.pdf 272 KB5 2023-04-23 10:38:30
9 App.pdf 6.95 MB5 2023-04-23 10:38:35
10 Vita.pdf 254.72 KB7 2025-08-26 11:38:32
ใช้เวลา
0.381821 วินาที

นิรันดร์ ทับศรี
Title Contributor Type
การศึกษาเรื่องการประเมินสถานการณ์ใช้คลื่นความถี่วิทยุย่าน 1885-3000 MHz
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
นิรันดร์ ทับศรี

บทความ/Article
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 0
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 1,681
รวม 1,681 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 48,870 ครั้ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ = 40 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 26 ครั้ง
รวม 48,936 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.134
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.216.87