Abstract:
การศึกษาเพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม ขององค์การบริหารส่วนตำบลในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ มีวัตถุประสงค์คือ (1) เพื่อศึกษาการบริหารแบบมีส่วนร่วมขององค์การบริหารส่วนตำบลในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ (2) เพื่อศึกษาปัญหา และอุปสรรคการบริหารแบบมีส่วนร่วมขององค์การบริหารส่วนตำบล ในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ (3) เพื่อศึกษาการพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วมขององค์การบริหารส่วนตำบล ในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพประชากรที่ใช้ในการศึกษา คือ บุคลากรฝ่ายปฏิบัติการของ อบต. และตัวแทนประชาชน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา คือ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ได้แก่ สถิติพรรณนา และสถิติวิเคราะห์ คือ t-test และ ANOVA ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ (1) การบริหารแบบมีส่วนร่วมขององค์การบริหารส่วนตำบลในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ พบว่า มีการบริหารแบบมีส่วนร่วมโดยภาพรวมน้อย ทั้งนี้ผู้ตอบแบบสอบถามโดยส่วนใหญ่ระบุว่า ได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารของ อบต. และมีส่วนร่วมในการเสนอแนะในการบริหารงานของ อบต. ในระดับน้อย และมีส่วนร่วมในการทำงานเป็นทีมเป็นระดับต่ำที่สุด (2) ปัญหาและอุปสรรคในการบริหารแบบมีส่วนร่วม พบว่าองคืการบริหารส่วนตำบลในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์มีปัญหาและอุปสรรคในการบริหารโดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ทั้งนี้ผู้ตอบแบบสอบถามโดยส่วนใหญ่ระบุว่า คณะผู้บริหารเป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการบริหารแบบมีส่วนร่วมและพบว่าตำแหน่งต่างๆ และอาชีพส่วนตัวของผู้ตอบแบบสอบถามเป็นปัญหาและอุปสรรคในการบริหารแบบมีส่วนร่วมด้วย (3) การพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วมขององค์การบริหารส่วนตำบลในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ที่จะประสบผลสำเร็จ นายกอบต. อย่าทำตัวเป็นนาย และต้อง ฟังเสียงของบุคคลรอบข้าง หรือเสียงของประชาชน ฟังปัญหาของชุมชนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการคิด...เอาปัญหาของประชาชนเป็นตัวตั้ง นอกจากนี้ นายก อบต.ต้อง ลงพื้นที่ เพื่อ ฟังปัญหาของประชาชน และทำ ประชาคมจริงๆ ตลอดจน ให้คนอื่นเข้าร่วมคิดด้วย ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการทั้งหมด หรือลูกจ้าง และบุคลากรจากหน่วยงานอื่นได้แสดงความคิดเห็น และนำเสนอปัญหาความต้องการของตน เพื่อจะได้มีทางเลือกในการแก้ไขปัญหาหรือความต้องการของบุคคลขององค์กรและของชุมชน นอกจากนี้ อบต. ควรมีการประเมินบุคคลภายในองค์กรเพื่อกระตุ้นให้บุคลากรให้ในองค์กรขยันทำงานและให้บริการที่ดีต่อประชาชน และในกรณีที่มีความขัดแย้งเรื่องงบประมาณที่จัดสรรให้แต่ละหมู่บ้านไม่ลงตัว นายกฯ ควรแก้ไขโดยนายกฯ ลงพื้นที่ไปกับ ส.อบต. รวมทั้งประชาชนเพื่อไปดูปัญหาว่าหมู่บ้านใดประสบปัญหามากกว่ากัน ถ้าพบว่าหมู่บ้านใดประสบปัญหามากกว่าก็ต้องจัดสรรให้หมู่บ้านนั้นก่อนรวม นอกจากนี้นายก อบต. ไม่ควรละเลยระเบียบข้อบังคับต่างๆ ในการปฏิบัติงานหรือการตัดสินใจเพราะจะส่งผลให้การปฏิบัติงานหรือการตัดสินใจของตนเองผิดต่อกฎระเบียบข้อบังคับที่มีอยู่ และจะนำมาซึ่งความไม่ชอบธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ หรือทุจริตต่อหน้าที่ นอกจากนี้การบริหารงานในสำนักงานขององค์การบริหารส่วนตำบล นายก อบต. ควรมอบหมายให้ปลัด อบต. ดูแลในสำนักงาน เพราะจะเป็นการให้เกียรติปลัด อบต. ตามที่ได้นำเสนอมาข้างต้นจะเป็นการส่งเสริมให้บุคลากรในองค์กร ทั้งข้าราชการ และลูกจ้างทั้งหมด ตลอดจนประชาชนหรือบุคลากรจากหน่วยงานอื่นในพื้นที่การปกครองของ อบต. ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารแบบมีส่วนร่วม (4) ผลของการทดสอบสมมติฐาน สรุปได้ว่า ตำแหน่งต่างๆ ในองค์การบริหารส่วนตำบล มีผลทำให้บุคลากรฝ่ายบริหาร ตัวแทนประชาชน และบุคลากรฝ่ายปฏิบัติขององค์การบริหารส่วนตำบลเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลต่างกันและยังพบว่า ระดับการศึกษาที่แตกต่างกัน ก็มีผลทำให้บุคลากรฝ่ายบริหาร ตัวแทนประชาชน และบุคลากรฝ่ายปฏิบัติการขององค์การบริหารส่วนตำบลเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลต่างกัน นอกจากนี้ยังพบว่า ระดับของรายได้ที่แตกต่างกันของบุคลากรฝ่ายบริหาร ตัวแทนประชาชน และบุคลากรฝ่ายปฏิบัติการไม่มีผลหรือไม่มีอิทธิพลต่อการเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบล This research aims to 1) Study the partivipation of administration in Tambon Administrative Organization at Phetchabun. 2) Study some problems and barriers in the participation of administration. 3) Study the participation of administrative development in Tambon Administration. This research were also quantitative and qualitative method. The sampling technique consist of 399 persons who were Executives, Street-level and people in that area. Questionnaires and interview used as instruments for data collection. The data was analyzed by using descriptive statistics, t-test and ANOVA. Findings were summarized as follow : 1. The participation of administration, generally opinions were at the medium level. Most of samples opinions in participation were at the low and teamwork were the lowest level. 2. Problems and barriers in generally were at the medium level because of the Executives and also the status and occupation of the samples. 3. The participation of administrative development in Tambon Administrative Organization will success if Mayor had done (1) do not look down people (2) listen the multiple voice (3) lead by peoples problem (4) closed up people in that area (5) evaluated the officers working and (6) in case of conflict of interest, Lord Mayor should be used compromise way to resolute that problem and then assigned head of deputy in Tambon Administrative Organization to operate. However, Lord Mayer should respect all of regulation in working too. 4. The result of hypothesis proving, the variety of positions,levels of the executive, people, and Street-level in Tambon Administrative Organization were had influenced toward participation , while the levels of income were not influenced toward this issue.