Abstract:
การศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อชุมชนเข้มแข็ง : กรณีศึกษาเทศบาลตำบลท่าข้าม อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ และศึกษาตามความแตกต่างของตัวแปรที่ส่งผลต่อชุมชนเข้มแข็ง ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา สถานภาพทางสังคม อาชีพหลัก รายได้เฉลี่ยต่อปี และ อาศัยอยู่ในชุมชน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นผู้แทนครัวเรือนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปัจจัยที่ส่งผลต่อชุมชนเข้มแข็งจำนวน 210 คน กำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางสำเร็จรูปของ Robert V. Krejcie และทำการสุ่มกลุ่มตัวอย่างโดยใช้การสุ่มตัวอย่างแบบมีระบบ (Systematic Sampling) ประกอบด้วยชุมชนที่ 1 บ้านน้อยพัฒนา 35 คน ชุมชนที่ 2 สะพานขาวร่วมใจพัฒนา 16 คน ชุมชนที่ 3 รวมน้ำใจ 20 คน ชุมชนที่ 4 ศิริรัตน์พัฒนา 28 คน ชุมชนที่ 5 ร่วมใจพัฒนา 34 คน ชุมชนที่ 6 สร้างสรรค์พัฒนา 25 คน ชุมชนที่ 7 สามัคคีร่วมใจพัฒนา 31 คน ชุมชนที่ 8 บ้านโคกพัฒนา 21 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถามปัจจัยที่ส่งผลต่อชุมชนเข้มแข็งของเทศบาลตำบลท่าข้าม อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ มีค่าความตรงเชิงโครงสร้างโดยการวิเคราะห์ค่า IOC อยู่ระหว่าง 0.8 1.0 และมีค่าความเชื่อมั่นโดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบัค ซึ่งมีค่า = 0.9716 การเก็บรวบรวมข้อมูลผู้วิจัยแบบสอบถามไปเก็บและรับคืนด้วยตนเอง ได้รับแบบสอบถามกลับคืน 100% การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบที การทดสอบเอฟ โยการเปรียบเทียบภายหลังโยใช้เชฟเฟ่ ผลการวิจัย 1. สภาพทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่า ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุระหว่าง 31 50 ปี ระดับการศึกษาระดับมัธยมศึกษา สถานภาพทางสังคมเป็นประชาชนในเทศบาลตำบลท่าข้าม มีอาชีพรับจ้าง รายได้เฉลี่ยต่อปีอยู่ระหว่าง 50,000 100,000 บาท และอาศัยอยู่ในชุมชนที่ 1 2. ปัจจัยที่ส่งผลให้ชุมชนเข้มแข้ง : กรณีศึกษาเทศบาลตำบลท่าข้าม อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้ชุมชนเข้มแข็ง : กรณีศึกษาเทศบาลตำบลท่าข้าม อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ทุกด้านอยู่ในระดับมาก 3. ผลการวิเคราะห์ความแตกต่างของตัวแปรที่ส่งผลต่อชุมชนเข้มแข็ง ของกลุ่มตัวอย่างที่มีสถานภาพแตกต่างกัน มีข้อค้นพบ ดังนี้ 3.1 ปัจจัยที่ส่งผลต่อชุมชนเข้มแข็งของผู้แทนครัวเรือนที่มีเพศแตกต่างกัน พบว่า ไม่แตกต่างกันทั้งภาพรวมและรายด้าน กล่าวคือ ผู้แทนครัวเรือนที่มีเพศต่างกัน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อชุมชนเข้มแข็งไม่แตกต่างกัน 3.2 ปัจจัยที่ส่งผลต่อชุมชนเข้มแข็งของผู้แทนครัวเรือนที่มีอายุแตกต่างกัน ไม่แตกต่างกันทั้งภาพรวมและรายงาน กล่าวคือ ผู้แทนครัวเรือนที่มีอายุแตกต่างกัน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับส่งผลต่อชุมชนเข้มแข็งไม่แตกต่างกัน 3.3 ปัจจัยที่ส่งผลต่อชุมชนเข้มแข็งของผู้แทนครัวเรือนที่มีระดับการศึกษาแตกต่างกัน มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยผู้แทนครัวเรือนที่มีระดับการศึกษาต่ำกว่ามัธยมศึกษา มีความแตกต่างจากผู้แทนครัวที่มีระดับการศึกษาอนุปริญญา ผู้แทนครัวเรือนที่มีระดับการศึกษามัธยมศึกษามีความแตกต่างจากผู้แทนครัวเรือนที่มีระดับการศึกษาปริญญาตรี และผู้แทนครัวเรือนที่มีระดับการศึกษาอนุปริญญามีความแตกต่างจากผู้แทนครัวเรือนที่มีระดับการศึกษาปริญญาตรี 3.4 ปัจจัยที่ส่งผลต่อชุมชนเข้มแข็งของผู้แทนครัวเรือนที่มีสถานภาพทางสังคมแตกต่างกัน ไม่มีความแตกต่างกันทั้งภาพรวมและรายด้าน 3.5 ปัจจัยที่ส่งผลต่อชุมชนเข้มแข็งของผู้แทนครัวเรือนที่มีอาชีพแตกต่างกัน มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยอาชีพค้าขายมีความแตกต่างจากอาชีพรับจ้าง 3.6 ปัจจัยที่ส่งผลต่อชุมชนเข้มแข็งของผู้แทนครัวเรือนที่มีรายได้แตกต่างกัน มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยผู้แทนครัวเรือนที่มีรายได้น้อยกว่า 50,000 บาท แตกต่างจากผู้แทนครัวเรือนที่มีรายได้มากกว่า 500,000 บาท ผู้แทนครัวเรือนที่มีรายได้ระหว่าง 50,000 100,000 บาท แตกต่างจากผู้แทนครัวเรือนที่มีรายได้มากกว่า 500,000 บาท 3.7 ปัจจัยที่ส่งผลต่อชุมชนเข้มแข็งของผู้แทนครัวเรือนที่อยู่ในชุมชนแตกต่างกันมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยผู้แทนครัวเรือนที่อยู่ในชุมชน 1 แตกต่างจากผู้แทนครัวเรือนที่อยู่ในชุมชน 7 ผู้แทนครัวเรือนที่อยู่ในชุมชน 2 แตกต่างจากผู้แทนครัวเรือนที่อยู่ในชุมชน 5,6,7 ผู้แทนครัวเรือนที่อยู่ในชุมชน 3 แตกต่างจากครัวเรือนที่อยู่ในชุมชน 7 ผู้แทนครัวเรือนที่อยู่ในชุมชน 4 แตกต่างจากผู้แทนครัวเรือนที่อยู่ในชุมชน 7
The purpose of this research was 2 fold as follows : (1) to study effected factors for strengthening community Sub district, Chondan District, Phetchabun Province. (2) to study the different among the variables that effected for strengthening community ; gender, age, educational level, social status, occupation, income per year and municipal area The sample group used in this study was representative of household those who involved in factors of strengthening community were 210 persons by Robert V. Krejcies table. The systematic sampling technique was employed to draw samples from 8 municipal areas. The instrument used in this study was a questionnaire with experts prior to the pretest. There was structural validity by IOC analysis between 0.8 1.0 and there was reliabity by Conbrach s Alfa coefficieney at 0.9716. 210 questionnaire, 100 percent were completed and returned. The data were then analyzed by using mean, Standard Deviation. Morover, T- test and F test were employed to compare the differences between befor and after by Cheffe s testing. The results as : 1. General background of the samples found that female, age 31 50 years, secondary school. Municipal area, to work for wages, income a year average between 50,000 100,000 Baht, and 1st municipal area. 2. Factors that effected to strengthening community had a high sterength level in very aspects.
3. The results of different variable that effected to strengthwning community were as follows.
3.1 Factor that effected to strengthening community of household representatives in a different gender was found that there was no differences in the whole and item; and there was no difference in the opinion toward strengthening community. 3.2 There was no difference in the opinion toward strengthening community among the different age of the household representatives. 3.3 There was a significant difference in the opinions toward strengthening community among the household representatives that were different educational level; below secondary school, diploma, bachelor at 0.01 level of significance. 3.4 There was no differences among the household representatives that were different social status. 3.5 There was a significant differences in the opinions toward strengthening community among household representatives with different occupation at 0.01 level of significance.